และพยายามเค้นเสียงถามออกไป “ท่าน…เป็นผู้ใดกันแน่”
หมิงเวยก้มหน้ามองเขาด้วยแววตาสงบนิ่ง “ศัตรูของตำหนักดวงดาว”
สิ้นเสียงนางก็ยกเท้าขึ้นเหยียบกริชแล้วกระทืบอย่างแรง
เชิ่งชีกระอักเลือดออกมาครั้งสุดท้ายแววตาของเขาค่อยๆ เลื่อนลอย
“หวา!” ตัวฝูหมุนตัวไปอาเจียน
หมิงเวยตบนางเบาๆ “อย่ากลัวเขาเป็นคนไม่ดีสมควรตายแล้ว”
ตัวฝูอาเจียนอาหารเย็นออกมาจนหมดนางเช็ดน้ำตาไปพลางพูดว่า “บ่าวรู้แล้วเจ้าค่ะ คุณหนู บ่าวแค่ แค่…”
“ไม่ชินหรือ” หมิงเวยยิ้ม “ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็ชิน บางครั้งเพื่อปกป้องคนบางคนก็ต้องฆ่าคนบางคน แม้ฟังดูอาจโหดร้าย แต่เราก็จำเป็นต้องเลือก”
“เจ้าค่ะ”
หมิงเวยนั่งลงค้นศพของเชิ่งชีตัวฝูพูดว่า “คุณหนู บ่าวเองเจ้าค่ะ!”
นางส่ายหน้า “เจ้าไม่รู้หรือว่าตัวเองบาดเจ็บอยู่รีบไปรักษาตัวเร็ว”
“ข้าเองๆ!” โหวเหลียงรีบเข้ามาประจบประแจง
แม้เขาจะเตือนไปก่อนล่วงหน้าแล้ว แต่เขาก็เป็นคนพาคนไม่ดีนี้เข้ามาเลยกลัวว่าหมิงเวยจะคิดเยอะ
หมิงเวยไม่คัดค้านอะไรมองดูเขาใช้ยาห้ามเลือดอย่างเร่งรีบแล้วพูดว่า “ท่านโหวไม่ขายพวกเราหายากมากเลย!”
โหวเหลียงทำสีหน้าจริงจัง “พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งนานข้าเองก็มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีนะ!”
“งั้นหรือ”
แววตาของหมิงเวยเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม โหวเหลียงจึงพูดเสียงเบา “คนผู้นี้ดุร้ายเกินไป หากแม่นางตายเขาคงฆ่าข้าตามไปด้วยอย่างแน่นอน”
นี่คือเหตุผลหลักใช่หรือไม่ โหวเหลียงพูดจบเขารู้สึกว