หมิงเวยหัวเราะ “ท่านโหวเพิ่งนึกขึ้นได้หรือ”
โหวเหลียงร้องไห้พลางพยักหน้าในเวลานี้เขาไม่ลืมที่จะแสดงความจงรักภักดี “แม่นางหมิง ท่านก็เห็นว่าขนาดข้าทานยาพิษไปยังลืมเพียงเพราะมีใจอยากปกป้องพวกท่าน ท่านเห็นถึงความจริงใจของข้าหรือไม่”
หมิงเวยตอบ “เห็น”
“ท่านจะไม่มองข้าเป็นคนนอกอีกแล้วใช่หรือไม่”
“แน่นอน”
“เมื่อกลับเกาถาง ข้าขอมีเรือนส่วนตัวเหมือนนายท่านสวนได้หรือไม่”
“ได้”
“แล้วเรื่องงานในห้องหนังสือ…”
“อย่าได้คืบจะเอาศอก!” ตัวฝูพูดเสียงหอบ “ห้องหนังสือของคุณชายหยาง ขนาดคุณหนูยังไม่สามารถเข้าไปได้ง่ายๆ เลย!”
โหวเหลียงรีบยิ้มประจบ “ใช่ๆๆ ข้าใจร้อนไปหน่อยแม่นางช่วยข้าได้หรือไม่”
หมิงเวยถาม “ท่านเข้าใจวิชาการแพทย์เหตุใดไม่จับชีพจรตนเองเล่า”
โหวเหลียงร้องไห้พลางตอบว่า “แพทย์สามารถรักษาผู้อื่นได้ แต่ไม่สามารถรักษาโรคของตนเองได้ ข้ายังไม่เชี่ยวชาญในวิชาการแพทย์จะจับชีพจรตนเองถูกต้องได้อย่างไร”
หมิงเวยยิ้ม “ท่านทานยาพิษไปนานเพียงใดแล้ว”
“อืม…หนึ่งชั่วยามกว่าได้”
“มากกว่าหนึ่งชั่วยาม แต่ท่านยังสามารถยืนได้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่พิษเฉียบพลัน” หมิงเวยพูดช้าๆ “ดูจากใบหน้าที่แดงของท่านการออกเสียงยังชัดเจน คงไม่ใช่ยาพิษหรอก”
โหวเหลียงกังวล “แต่ข้าทานยาพิษไปจริงๆ แล้วก็ปวดท้องด้วย แม่นางช่วยดูให้หน่อยได้หรือไม่”
“ได้” หมิงเวยตรวจเส้นเลือดของเขาอย่างสุดความสามารถ สักพักนางก็ดึงมือออกมา
โหวเหลียงถามอย่างปร