วรไปกับคุณหนูด้วย”
หมิงเวยส่ายหน้า “เจ้าไปไม่ได้เพราะว่ามันอันตรายมาก ข้าไม่สามารถให้เจ้ามาเสี่ยงด้วยได้หรอก ก่อนที่เราจะยังไปไม่ถึงเป่ยเทียนเหมิน พวกเราต้องเก็บพละกำลังต่อสู้เอาไว้เพื่อรับมือกับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น”
โหวเหลียงยกน้ำแกงผักป่ามาให้ “แม่นางหมิง ทานอะไรสักหน่อยก่อนเถิด”
อาหารที่พวกเขานำมานั้นกินหมดไประหว่างทางแล้ว ตอนนี้อาหารแห้งเหลือเพียงเนื้อแห้งกับปลาแห้ง ผักป่าก็คือเก็บมาสดๆ
หมิงเวยประหลาดใจเล็กน้อย “ท่านมีความรู้มากเลยนะ”
โหวเหลียงยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อย “ในช่วงแรกที่ออกจากบ้านเกิด ไร้สมบัติติดกาย ไม่มีอะไรทานจึงทำได้เพียงเก็บพืชในป่าทานเท่านั้น”
รอหมิงเวยทานอาหารเสร็จโหวเหลียงพูดว่า “ข้าจะไปหาน้ำมาให้แม่นางทั้งสองจะได้ชำระกาย”
เมื่อเขาเดินจากไปตัวฝูจึงพูดว่า “เมื่อก่อนเคยคิดว่าท่านโหวเป็นคนไม่น่าพึ่งพาได้ เขาอาจจะขายพวกเราเมื่อไรก็ได้ไม่คิดว่าตอนนี้ต้องขอบคุณเขา”
หมิงเวยเอนหลังพิงกองหญ้าและพูดว่า “ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดยังมีอีกหนึ่งบททดสอบหากเขาผ่านได้ค่อยว่ากัน”
ตัวฝูไม่เข้าใจ “บททดสอบอะไรหรือเจ้าคะ”
หมิงเวยยิ้มแล้วส่ายหน้า “อีกสักพักเจ้าก็รู้” จากนั้นก็พูดว่า “ตัวฝู เจ้ายังเกียจคร้านไม่ได้ ต้องเตรียมตัวโดยเร็ว…”
ที่พักอยู่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำ และโหวเหลียงจึงมาถึงลำธารอย่างรวดเร็ว
เขาบรรจุถุงน้ำขนาดใหญ่หลายถุง ถอดเสื้อคลุม และผูกปมจากนั้นก็เตรียมกลับไปยังท