ี่พัก ทันทีที่ก้าวเท้าก็รู้สึกถึงความเย็นที่คอ และในขณะเดียวกันก็มีเสียงแหบแห้งดังขึ้นว่า “อย่าขยับ”
โหวเหลียงที่อยู่ในถ้ำโจรมาหลายปีรู้ดีว่าความรู้สึกนี้เป็นอย่างไร
กริช มีคนถือกริชจี้คอของเขา
เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น และพูดอย่างระมัดระวัง “พี่ชาย ข้ามีเงินอยู่ที่เอวด้านซ้าย แล้วก็มีตั๋วเงินจากกิจการในเมืองหลวงที่รับเฉพาะเงินเท่านั้น ท่านเอาไปได้เลย ในอกเสื้อของข้ามีอัญมณีเป็นมรกตมูลค่าทองพันตำลึงเลย ข้าให้เจ้าได้โปรดไว้ชีวิตข้าไปได้หรือไม่”
เหมือนอีกฝ่ายจะดูสนใจด้วยประสบการณ์ของโหวเหลียงที่เคยคบค้าสมาคมกับโจรมา ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาฆ่าตั้งแต่แรกโอกาสมีชีวิตรอดมีความเป็นไปได้สูง แต่ชายคนนั้นไม่ได้ค้นตัว แต่กลับพูดว่า “เจ้ามาเอาน้ำหมายความว่ามีเพื่อนร่วมทางด้วยพาข้าไปหาเพื่อนของเจ้าซะ!”
โหวเหลียงนึกถึงหมิงเวยที่ยังไม่สามารถขยับตัวได้ก็เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก “พี่ชาย พวกเรามาทำการค้าที่หูตี้ ข้าเป็นหัวหน้า เงิน และสินค้าอยู่ที่ตัวข้าทั้งหมด สองคนนั้นเป็นแค่ผู้ร่วมเดินทาง สามารถหยิบออกมาดูได้ตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึง สินค้าที่เหลือที่นำกลับไปเป็นอัญมณี หากนำไปขายในจงหยวนสามารถขายได้ในราคาสูง…”
“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว! ข้าบอกให้เจ้าไปก็ไปสิ!” ใบมีดคมของกริชวาดผ่านลำคอ โหวเหลียงรู้สึกว่ามีเลือดไหลออกจากผิวหนังแล้ว
“พี่ชายไว้ชีวิตข้าเถิด!” เขาตกใจจนน้ำเสียงเปลี่ยนไป “ท่านอย่าขยับข้าไปแล้วๆ!