ิ้นหนึ่งกำลังเตรียมจะทำอะไรบางอย่าง
หมิงเวยมองแล้วยิ้ม “หยกเสวียนหมิงหรือ ขอบคุณมากเจ้าค่ะ” นางยกมือขึ้นและคว้ามันไว้
องค์หญิงหย่งชิงเป็นวรยุทธ์เพียงผิวเผินเท่านั้น เมื่อนางมีอายุมากขึ้นจะเป็นคู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายได้อย่างไร ประมือกันเพียงสองกระบวนท่าหยกเสวียนหมิงในมือก็ถูกแย่งชิงไปเสียแล้ว
“หยุดนะ!”
หมิงเวยไม่ใช่ว่าจิตใจจดจ่ออยู่ที่ทางออกพอได้ยินเสียงห้ามของอีกฝ่ายนางก็รีบออกไปอย่างรวดเร็ว
แสงเข้าตาทำเอานางตาบอดอยู่ครู่หนึ่งนางใช้ผ้าเช็ดหน้าบังดวงตาเอาไว้และรีบวิ่งออกจากหุบเขาตามสัญชาตญาณ ในตอนที่ขันทีชราขึ้นมาพร้อมกับซูถูก็ไม่เห็นนางเสียแล้ว
“อดข้าวไปหลายวันนางยังมีแรงเหลือได้อย่างไร” องค์หญิงหย่งชิงประหลาดใจ
น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ใดตอบคำถามนี้ได้หมิงเวยรีบไปทางใต้ และในไม่ช้านางก็ได้กลิ่นเลือด นางปรับตัวกับแสงครู่หนึ่งแล้วดึงผ้าเช็ดหน้าออก
เขาเทียนเสินได้กลายเป็นทะเลเลือดเสียแล้ว นางถอนหายใจอย่างเงียบๆ
ผลลัพธ์นี้เกินกว่าที่นางคิดเอาไว้มาก แต่การที่มีคนตายจำนวนมากไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย งูขาวเลื้อยออกมาจากแขนเสื้อแล้วพูดว่า “นายท่านข้าได้กลิ่นของศิษย์พี่ตัวฝูเจ้าค่ะ”
“ไป!” นางคว้าม้าศึกที่สูญเสียเจ้าของไปแล้ว และวิ่งไปในทิศทางที่งูขาวบอก เป็นเพราะแรงกายไม่ค่อยมี หลังจากเวลาผ่านไปนานในตอนที่นางไม่สามารถทรงตัวต่อได้ก็ได้ยินเสียงของตัวฝู “คุณหนูๆ!”
หมิงเวยรู้สึกเวียนหัวเมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็