นตัวฝูนางก็หมดสติไป และตกลงจากหลังม้า
เมื่อนางตื่นขึ้นอีกครั้งก็เป็นเวลากลางคืนแล้วบนท้องฟ้ามีดาวอยู่ไม่กี่ดวง มีไฟลุกโชนอยู่รอบๆ และลมกลางคืนพัดช้าๆ และเงียบสงบ
“คุณหนูเจ้าคะ” เมื่อนางขยับตัวฝูก็ร้องเรียก หมิงเวยพยายามลุกขึ้นนั่ง
“แม่นางหมิง” คนที่นั่งอีกฝั่งคือโหวเหลียง เขาไม่ได้วิ่งหนีซึ่งหมิงเวยเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ตัวฝูเทข้าวต้มจากหม้อแล้วถืออย่างระมัดระวัง “คุณหนูทานก่อนเถิดเจ้าค่ะ เสี่ยวไป๋บอกว่าท่านหิว บ่าวป้อนน้ำแกงโสมแล้วตอนนี้ยังทานอะไรได้ไม่มากทานข้าวต้มก่อนเถิดเจ้าค่ะ” หมิงเวยยิ้มเพียงบางเบานางรับข้าวต้มมาทานทีละคำจนหมดอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดนางก็มีเรี่ยวแรงและพูดว่า “โชคดีที่เจ้าใส่น้ำตาลในกระเป๋ามาก่อน ข้าจึงมีแรงพอที่จะหลบหนี”
ตัวฝูยิ้มอย่างดีใจ “สามารถช่วยคุณหนูได้ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ”
เพราะไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันร่างกายเลยมีกลิ่นเหม็นตัวฝูจึงช่วยหมิงเวยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อจัดการตัวเองเสร็จแล้วนางจึงมีเวลาถาม
“เกิดอะไรขึ้นที่เขาเทียนเสินหลังจากที่ข้าหายตัวไปหรือ”
โหวเหลียงหมุนตัวกลับมาตอบว่า “ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าเผ่าทั้งแปดในหุบเขา พวกเขาต่อสู้กันและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วชาวหูเหรินทั้งหมดที่อยู่ใกล้เขาเทียนเสินก็เข้าร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้น้ำเสียงของโหวเหลียงขุ่นเคืองเล็กน้อย “ข้าน้อยคิดว่าแม่นางจะใช้งานข้าหนักที่แท้ก็ใช้ข