“บังอาจ!” สีหน้าองค์หญิงหย่งชิงเขียวคล้ำ “เรื่องของเฉียนเอี้ยน เด็กไม่รู้ที่มาอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์มาวิพากษ์วิจารณ์ เจ้าคิดว่าข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้จริงๆ หรือ”
หมิงเวยแค่นหัวเราะ “เอี้ยนเฉียนของท่านไม่อยู่แล้วที่เรียกท่านว่าองค์หญิงเพราะเพื่อแสดงความสุภาพต่อผู้อาวุโสเท่านั้น ท่านยังคิดว่าตนเองคือองค์หญิงอยู่จริงๆ หรือ”
องค์หญิงหย่งชิงโกรธมากดวงตาของนางเป็นประกายด้วยไฟที่ขุ่นเคือง ซูถูมองนางอย่างครุ่นคิด
หมิงเวยพูดต่อว่า “บอกตามตรงข้าเห็นใจท่านนะเด็กสาววัยเยาว์ถูกบังคับให้แต่งงานกับชายชราต่างถิ่นเพื่อแลกกับความมั่นคงในระยะสั้นในครอบครัว ผู้ใดจะรู้ว่าหลายมีมานี้ไม่สงบสุขเลย ราชวงศ์ล่มสลาย สามีก็มาจากไปอีก อีกทั้งยังต้องย้ายไปมาระหว่างเผ่าอื่นๆ แต่งงานใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อหาที่ปักหลักองค์หญิงผู้สูงศักดิ์อุทิศตัวให้หูเหรินที่เต็มไปด้วยกลิ่นสาบแกะ…พอเวลาผ่านไปลืมรสชาติของความภาคภูมิใจที่ถูกเหยียบย่ำแล้วหรือ ความเกลียดชังต่อบ้านเกิดงั้นหรือ อย่าใช้เหตุผลนี้เพื่อทำให้ตัวเองเป็นผู้สูญเสีย ถูกบิดาทอดทิ้งเลย เป็นครอบครัวของท่านเองต่างหากที่ทำลายท่านไม่ใช่แคว้นฉีแคว้นฉู่ ความโกรธไม่สามารถลบล้างความอัปยศได้มันทำให้รู้สึกว่านี่ช่างไร้สาระเสียจริง” องค์หญิงหย่งชิงยืนขึ้นทันทีมือของนางสั่นเทา
หมิงเวยยังคงไม่ปล่อยนาง นางพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ดูสิว่าองค์หญิงกำลังทำอะไรอยู่! ช่วงหูเหรินรวมแป