รวมทุกฝ่ายรวมเป็นหนึ่งเดียวถึงจะมีการยกทัพไปทางเหนือ”
ซูถูครุ่นคิดแล้วถามว่า “จากที่ท่านกล่าวมาทุ่งหญ้าของพวกเรา…”
โหวเหลียงยิ้ม “จงหยวนระมัดระวังพละกำลังของหูเหริน แต่ไม่เคยคิดว่าหูเหรินจะสามารถรวมเป็นหนึ่งได้องค์ชายรู้หรือไม่เพราะอะไร”
เป็นประโยคที่ไม่น่าฟังแต่ซูถูก็ไม่แปลกใจเขาถามออกไปว่า “เพราะอะไรหรือ”
“เพราะพวกท่านไม่มีจิตวิญญาณ”
ซูถูตกใจ “จิตวิญญาณงั้นหรือ”
“ใช่” โหวเหลียงพูดจาฉะฉานมีหลักมีฐาน “ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันราชวงศ์ในจงหยวนมีทั้งโชคดีโชคร้าย มีขึ้นย่อมมีลง คนจงหยวนเป็นนายของแผ่นดินใหญ่นี้มาโดยตลอด แต่หูเหรินล่ะหนึ่งเผ่าล่มสลายก็ล่มสลายไปตลอดกาล ทั้งแปดเผ่าในเป่ยหูนั้นเกิดขึ้นพร้อมความเจริญเฟื่องฟูในสมัยของซางหวางซึ่งเป็นประวัติศาสตร์สั้นๆ หลายร้อยปี แต่ช่วงเวลาที่รวมเป็นหนึ่งมีเพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้น ก่อนหน้านี้ทั้งแปดเผ่าเหล่านั้นที่เคยครอบครองทุ่งหญ้าได้หายไปในประวัติศาสตร์เป็นเพราะนักรบแห่งทุ่งหญ้าไม่กล้าหาญพอหรือ แน่นอนว่าไม่ใช่ อาจเป็นเพราะพวกท่านไม่มีจิตวิญญาณจึงไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้เป็นเวลานาน…”
ซูถูยังไม่หายอยากรู้จึงขอคำแนะนำต่อ “จากที่ท่านกล่าวมาต่อให้พวกเรารวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ก็ไร้ประโยชน์งั้นหรือ”
โหวเหลียงส่ายหน้า “ความล้าหลังโจมตีความก้าวหน้า ต่อให้นำหน้าไปช่วงเวลาหนึ่งชะตาบ้านเมืองก็ไม่ได้อยู่ได้ในระยะยาว เว้นแต่…”
“เว้นแต่อะไรหรือ”
โหวเห