์ชาย แต่ยังมีท่าทีชื่นชมในความขยันหมั่นเพียรของเขา
เขารู้ว่านักปราชญ์จงหยวนดั้งเดิมคืออย่างไร ดังนั้นเขาจึงใจกว้างต่อโหวเหลียงเป็นพิเศษ “อาเก๋อ พาท่านโหวไปอยู่ด้านหลังพิธีจบแล้วค่อยกลับมา” อาเก๋อตอบรับแล้วนำเขาออกไป
พิธีกรรมลากยาวจนพระอาทิตย์ตกดินถึงได้สิ้นสุดลง แต่พิธีกรรมเทียนเสินยังไม่จบ พูดได้ว่าเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
จากนั้นทั้งแปดเผ่าราวกับเข้ากันได้ดี พวกเขาเริ่มย่างเนื้อเต้นรำกันอย่างมีชีวิตชีวา หมิงเวยถูกพาไปที่กระโจมด้านหลัง และได้พบกับนักบวชจากเผ่าหมาป่าหิมะ
“นี่คือน่าเจีย” ซูถูพูด “นางเป็นนักบวชที่เก่งที่สุดในเผ่าของเรา”
น่าเจียดูอายุประมาณยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด ผิวคล้ำเล็กน้อย งดงามและแข็งแรง อาจเป็นเพราะนักบวชชาวหูไม่ต้องโกนผม แม้จะห่มจีวรแต่ก็ดูไม่เหมือนภิกษุณีเลย
เมื่อนางเห็นหมิงเวยสีหน้าของนางดูเรียบเฉย ไม่ได้ไม่มีความสุข แต่ก็ไม่ได้ดีใจ
ซูถูพูดต่อไปว่า “บอกก่อนว่าเมื่อเข้าไปในหุบเขาแสงจันทร์ถึงจะยอมเชื่อฟัง แต่น่าเจียจะคอยจับตาดูพฤติกรรมของท่าน หากท่านมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยจะโจมตีทันที บริเวณใกล้ๆ เขาเทียนเสินข้าได้จัดเตรียมทหารเอาไว้แล้ว แม้ท่านจะทรยศข้าก็จะทำทุกอย่างให้ถูกต้องแค่อาจยุ่งยากตอนเก็บกวาดนิดหน่อย”
หมิงเวยฝืนยิ้ม “องค์ชายเจ็ดแม้จะทำตัวเป็นคนไม่ดี แต่ใจกว้างเกินไปหรือไม่เจ้าคะ”
ซูถูตอบ “ข้าไม่ชอบพูดจาอ้อมค้อม และไม่อยากเดาไปเดามากับท่านพูดออกมาให้ชัดเจนเถอะ