มันน่าจะดีต่อทุกคน”
หมิงเวยทำได้เพียงยอมรับ “ได้เจ้าค่ะ องค์ชายพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ข้าก็ไม่เกรงใจเมื่อพระประสงค์ของทวยเทพออกมาที่หุบเขาแสงจันทร์หวังว่าจะได้เห็นค่าตอบแทนของข้า”
“วางใจเถอะเราไม่เอาเปรียบท่านแน่นอน”
……………
แสงจันทร์ส่องลงมาจากท้องฟ้า และในที่สุดงานหลักก็เริ่มขึ้นนักบวชทั้งแปดเผ่าเดินทางออกจากทางเข้าหุบเขามุ่งหน้าสู่หุบเขาแสงจันทร์
พวกเขาต้องไปถึงที่พำนักของเหล่าทวยเทพก่อนรุ่งสาง และขอความประสงค์จากเหล่าทวยเทพ
หากไปไม่ถึงก็เป็นอันจบไปไม่สามารถผ่านการทดสอบนี้ได้ทวยเทพก็จะไม่ให้ความสนใจ ส่วนเรื่องที่มีนักชวชหายไประหว่างทางก็เป็นเรื่องที่ทุกคนต่างคุ้นชินกับมัน
การตายในหุบเขาแสงจันทร์ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา
หมิงเวยและตัวฝูติดตามน่าเจียและคนอื่นๆ เข้าไปในหุบเขาแสงจันทร์ หุบเขาทวยเทพแห่งนี้ยามอยู่ภายใต้แสงจันทร์ช่างงดงามราวกับหยกงามอันล้ำค่าที่เปล่งแสงเป็นประกาย แต่ในคืนนี้สถานที่แห่งนี้ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่แห่งการสังหาร
ทันทีที่หมิงเวยเข้าไปในหุบเขาก็พบว่าดอกไม้พืชพรรณ และทิวทัศน์โดยรอบมีหน้าที่ทำให้หลงทางนี่อาจเป็นการทดสอบด่านแรก
น่าเจียที่รู้เส้นทางที่ถูกต้องแล้วนำพวกนางเข้าไปเดินต่อไปอีกไม่กี่ลี้ก็เดินทางมาถึงช่องแคบพวกเขาพบพระอาจารย์ช่างจื้อยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้น
เขาพาลูกศิษย์มานั่งนิ่งๆ ขวางทางไว้ซึ่งบอกเจตนาได้อย่างชัดเจน น่าเจียไม่คิดว่าพวกเขาจะเผยเขี้ยวเล็บ