ท้ายที่สุดแล้วก็มีเพียงสามคนที่ได้เดินทางไปเขาเทียนเสินกับเผ่าหมาป่าหิมะ
หมิงเวย ตัวฝู แล้วก็โหวเหลียง
โหวเหลียงต้องการพาคนไปเพิ่มอีกสองสามคน แต่หมิงเวยบอกว่า “เราประหยัดแรงก่อนดีกว่า พวกเราไปเสี่ยงตายคงไม่มีผู้ใดยินดีที่จะไปด้วยหรอก”
ความตั้งใจดั้งเดิมของโหวเหลียงคือต้องการลูกมือเมื่อหมิงเวยพูดราวกับว่าเขาไม่รู้ความนั่นทำให้เขาโกรธจนตัวสั่น แต่ไม่ว่าเขาจะโกรธเพียงใดก็ไม่กล้าเถียงกับหมิงเวยจึงทำได้เพียงอดทน “ขอรับ”
ซูถูเห็นพวกเขาก็แปลกใจ “ไม่พาคนไปมากกว่านี้หรือ”
หมิงเวยยิ้ม “จะพาคนไปมากมายทำไมกัน องค์ชายส่งคนมาเองดีกว่าพวกเขารู้กฎเกณฑ์ดีคงตักเตือนพวกข้าได้”
ถือว่าสะดวกต่อการจับตามอง แม้นางจะพาคนมาด้วยเขาก็สามารถจับตามองพวกนางได้อยู่แล้ว แต่ถ้านางเสนอมาเช่นนี้ก็มีเหตุมีผลมาก
ซูถูสงบลง “แม่นางวางใจเถอะ พวกเราชาวหูเหรินไม่พิถิพิถันอะไรมากนัก ต่อหน้าเทพเจ้าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความจริงใจ”
หมิงเวยพยักหน้าแล้วยิ้ม “เช่นนั้นก็ดี”
ทั้งสองตกลงกันเสร็จก็มีสตรีชาวหูมาพร้อมกับเสื้อผ้า หมิงเวยและตัวฝูเปลี่ยนชุดเป็นชุดของชาวหูเหริน แต่โหวเหลียงปฏิเสธ
เขาพูดกับหมิงเวยเงียบๆ “ท่านต้องเข้าไปแทรกแซงพิธีกรรมแน่นอนว่าการสวมชุดของชาวหูย่อมดีกว่า ส่วนข้าเพียงแค่ชุดนักปราชญ์มีเอกลักษณ์ก็พอแล้ว”
หมิงเวยยิ้มอย่างเห็นด้วยแล้วอธิบายให้ซูถูฟัง
ซูถูประหลาดใจเล็กน้อย
หมิงเวยพูด “ท่านโหวผู้นี้เดิมทีเป็นบัณฑิตน่