“ช้าก่อน!”
พระอาจารย์ช่างจื้อหันกลับไปมองนางด้วยสายตาเย็นชา “ท่านต้องการอะไรอีก”
เป็นความจริงที่วันนี้เขาพ่ายแพ้ แต่ที่นี่คือเมืองหยุนไฉหากหมิงเวยไม่ยอมฟังสุดท้ายไม่แน่ใจว่าคนที่ลำบากจะเป็นผู้ใดกันแน่
หมิงเวยหยิบสร้อยลูกประคำขึ้นมาสีหน้าของพระอาจารย์ช่างจื้อเปลี่ยนไป เขาตะโกนกลับไปว่า
“ส่งคืนมาให้ข้า!” แต่หมิงเวยไม่เคลื่อนไหวนางก้มลงมองสร้อยลูกประคำแล้วหมุนทีละลูก
“ลูกประคำชั้นดีจากต่างแดน ช่วยกระตุ้นสมองมีกลิ่นระเหยของธูปเทียน” หมิงเวยเงยหน้าขึ้นถาม “พระอาจารย์ยอมตัดสินใจยอมตัดสิ่งที่รักไปเสียได้หรือไม่ ข้ายินดีที่จะแลกเปลี่ยนเห็ดหลินจือพันปี”
พระอาจารย์ช่างจื้อย่ำเท้าไปหานาง “ขออภัยด้วยข้าไม่แลก!”
หมิงเวยถอนหายใจ “น่าเสียดายจริงๆ!”
นางลูบไล้ด้วยความอาลัยอาวรณ์อยู่เป็นเวลานานเมื่อเห็นพระอาจารย์ช่างจื้อระงับอารมณ์ไม่ไหวจึงคืนสร้อยลูกประคำให้ และกล่าวเสริมไปว่า “หากพระอาจารย์รู้สึกเสียใจในภายหลังเมื่อไรให้มาหาข้าได้เสมอ เห็ดหลินจือพันปี ถังเช่า บัวหิมะขอเพียงพระอาจารย์เอ่ยปากขอข้ายกให้ได้” พระอาจารย์ช่างจื้อแค่นหัวเราะเขาแย่งสร้อยลูกประคำกลับมาแล้วเดินจากไป
เมื่อร่างของเขาหายไปในความมืดเสียงของซูถูก็ดังขึ้น “ท่านทำอะไรกับสร้อยลูกประคำงั้นหรือ”
หมิงเวยมองเขาแล้วตอบเสียงเนิบนาบ “ใช่เจ้าค่ะ!”
เมื่อพบว่าสร้อยลูกประคำนั้นต่างออกไปนางจะไม่ใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
ซูถูพยายามเข้าใจความหมายของก