ารเคลื่อนไหวนั้นเขากำลังหยั่งเชิงทัศนคติของนาง แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากหมิงเวยก็พูดขัดเสียก่อน
“องค์ชายเจ็ดดูมีความสุขนะเจ้าคะ”
ซูถูยิ้มแล้วเดินเข้าไปหา “ในเมื่อคลี่คลายปัญหาได้ข้าย่อมมีความสุขอยู่แล้ว”
ทันทีที่เขาพูดคำนี้ออกมารอยยิ้มบนใบหน้าของหมิงเวยก็หายไปทันที “น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้ดีใจเจ้าค่ะ!”
ดวงตาของซูถูหรี่ลงเล็กน้อยรอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแปลงเขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจเป็นพิเศษ “แม่นางหมิงไม่มีความสุขตรงไหนหรือ หากมีอะไรที่เผ่าหมาป่าหิมะทำไม่ถูกต้องท่านพูดออกมาได้เลย”
หมิงเวยยิ้มเยาะ “ตั้งแต่ข้ามาที่เมืองหยุนไฉ อ้อ ไม่สิไม่แน่อาจเริ่มตั้งแต่ข้าได้พบกับน่าซู ข้าก็ถูกพวกท่านใช้ประโยชน์มาตลอดท่านคิดว่าข้าจะมีความสุขหรือเจ้าคะ”
ประกายในดวงตาของซูถูหายไป เขาไม่ใช่ไม่เคยคิดว่าหมิงเวยจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่เมื่อนางรู้แล้วอีกทั้งยังพูดออกมาด้วยตนเองเช่นนี้ซึ่งไม่สอดคล้องกับภาพของคนจงหยวนในใจเขาโดยสิ้นเชิง
พวกเขาควรเจ้าเล่ห์ควรสุขุมรอบคอบ แม้จะไม่มีปัญหาอะไรแต่ก็ควรทิ้งหนทางไว้ให้ตนเองด้วย คนจงหยวนทุกคนที่เขาพบก่อนหน้านี้ก็เป็นเช่นนี้ แต่สตรีตรงหน้ากลับไม่เป็นเช่นนั้น…
แม้ตัวจะอยู่หยุนไฉคนรอบกายเป็นชาวหูเหริน แต่นางก็พูดออกมาตรงๆ เช่นนี้โดยไม่กลัวว่าจะถูกโยนเข้าคุกเลย
ถึงแม้จะแข็งแกร่งเหนือผู้อื่น แต่ก็เป็นเรื่องยากสำหรับนางที่จะหลบหนีออกจากเมืองหยุนไฉหากนางต้องการไ