ปจริงๆ
นอกจากนี้กองคาราวานยังอยู่ในเมือง
“แม่นาง…” เขาพูดไปได้สองคำหมิงเวยก็พูดขัดอีกครั้ง
“ตอนนี้ข้ามีตัวเลือกอยู่สองทางเห็นแก่น่าซูที่พาเรามายังเมืองหยุนไฉนี้ ข้าจึงอยากคุยกับองค์ชายให้ชัดเจนเจ้าค่ะ”
ซูถูที่ถูกแย่งสิทธิ์ในการพูดก่อนอีกครั้งทำได้เพียงพยักหน้า “เชิญแม่นางพูดมาได้เลย”
“หนึ่ง ข้าติดตามพระอาจารย์ช่างจื้อไป และช่วยเขาเพื่อให้เผ่าฉีหูได้รับความประสงค์จากเหล่าทวยเทพอย่างราบรื่น”
เมื่อพูดถึงประโยคนี้ซูถูก็รู้แล้วว่าตัวเลือกที่สองคืออะไร พูดตามตรงเขารู้สึกไม่สบายใจ
ตั้งแต่เขาอายุสิบสองเขาเคยชินกับการใช้เล่ห์เหลี่ยมกำจัดตัวถ่วง และให้ผู้อื่นเดินไปตามความตั้งใจของตนเอง เขาต้องยอมรับว่าตนเองมีสายเลือดเจ้าเล่ห์ของคนจงหยวนอยู่ในกาย พวกลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่เรียนรู้จากหนังสือเขานำมาทำได้อย่างราบรื่น แต่ในช่วงเวลาอันสั้นนี้เขาได้ลิ้มรสชาติที่ไม่คาดคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางไม่เคยเดินตามเส้นทางที่เขาวางไว้เลย หรือเป็นเพราะคนจงหยวนที่เขาพบก่อนหน้านี้อ่อนแอเกินไปหรือไม่ คนจงหยวนที่แข็งแกร่งจริงๆ ล้วนเป็นเช่นนี้หรือ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ซูถูสงสัยในตัวเอง
เขาคิดว่าเขามีความกล้าหาญของชาวหูเหริน และสติปัญญาของคนจงหยวน หรือทั้งหมดเป็นแค่ภาพลวงตากัน
เขาโอบกอดความรู้สึกนี้ไว้แล้วถามออกไป “อย่างที่สองล่ะ”
หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาก็อยากทำความเข้าใจ
หมิงเวยยิ้ม “สอง เล่าแผนการของพวกท่านออกมาให้หม