่อนลงมาเดิมทีนางคิดจะเลิกเสื้อผ้าของอีกฝ่าย แต่กลิ่นของเนื้อแกะนั้นมากเกินไปเลยรู้สึกหมดสนุกเล็กน้อยจากนั้นก็เก็บมือกลับไป
ฮูหลุนเห็นว่านางหยุดลงก็กังวล “เหตุใดจึงไม่ขยับล่ะ”
หมิงเวยถอนหายใจไม่รู้ว่านางกำลังพูดอยู่กับผู้ใด “เสี่ยวไป๋ทำเจ้าน้อยใจแล้ว”
หืม…ฮูหลุนรู้สึกสับสนเหตุใดนางจึงพูดภาษาจงหยวนกัน
จากนั้นก็มีเสียงเล็กดังขึ้น “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะนายท่าน”
ฮูหลุนสั่นด้วยความตกใจ และมองไปรอบๆ แต่ก็เห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในห้องนี้
ในขณะที่กำลังคิดจู่ๆ เขาก็รู้สึกเย็น และลื่นเหมือนมีตัวอะไรไต่ขึ้นไปที่น่องของเขา สำหรับฮูหลุนที่ชอบล่าสัตว์ความรู้สึกนี้ไม่แปลกเลยเขารู้สึกขนลุกจึงก้มหน้าลง แล้วก็เห็นงูขาวตัวเล็กๆ ลื่นๆ ไต่ขาเขาขึ้นมาอย่างช้าๆ
“อา! เอามันออกไปเดี๋ยวนี้!” ฮูหลุนร้องเสียงดัง
หมิงเวยยิ้ม “องค์ชายพูดอะไรน่ะท่านไม่ได้คิดจะทำเรื่องนี้หรือ กำลังกลายเป็นจริงแล้วไม่ดีหรือเจ้าคะ”
เรื่องไหน เรื่องไหนกัน จิตใจของฮูหลุนสับสน
ปกติเวลาเจองูเขาจะผ่ามันออกเป็นสองท่อนด้วยมีดเล่มเดียวซึ่งไม่น่ากลัวเลย แต่ตอนนี้เขาถูกมัดไว้แน่นกับเก้าอี้ทำให้ขยับไม่ได้ ความรู้สึกเย็น และลื่นนั้นไม่ควรจะชัดเจนเกินไป โดยเฉพาะงูตัวนี้แค่ดูก็รู้แล้วว่ามีพิษร้ายแรงมากถ้าหากมันกัดเขาล่ะ…
งูขาวตัวน้อยได้ไต่ตามร่างกายเขา จากนั้นก็เลี้อยไปที่ไหล่ และพันรอบคอของเขา หัวของมันโน้มเข้ามาใกล้ชิดใบหน้าอีกฝ่าย มันขู่ฟ่อ และเลียใบ