ไม่นานก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นบนทุ่งหญ้า เด็กสาวผู้ที่สามารถหักโซ่ด้วยมือเปล่าได้แม้แต่หูเหรินที่ดุร้ายก็ต้านทานไม่ไหว หูเหรินที่เคยคิดว่าคนจงหยวนนั้นอ่อนแอน่ากลั่นแกล้งพวกเขาได้เห็นเป็นครั้งแรกว่าความโหดร้ายคืออะไร
ตัวฝูคว้าตัวฮูหลุนแล้วโยนลงมาอยู่ต่อหน้าหมิงเวยนางเหยียบไหล่อีกฝ่ายแล้วตะคอกใส่ว่า “ขอโทษคุณหนูซะ!”
ฮูหลุนดิ้นรนและพูดว่า “ข้าคือองค์ชายเผ่าฉีหูฮูหลุนพวกเจ้ากล้าทำเช่นนี้กับข้าหรือ!”
ภาษาหูของตัวฝูรู้เพียงคำศัพท์ง่ายๆ เท่านั้นนางจึงหันไปถามน่าซูว่า “เขาพูดว่าอะไรหรือเจ้าคะ” น่าซูแปลให้นางฟัง
ตัวฝูแปลกใจ “เขาก็เป็นองค์ชายหรือทำไมถึงไม่เหมือนกับท่านเลยเจ้าคะ”
น่าซูตอบ “เผ่าฉีหูมีอำนาจมากที่สุดพวกเขาไม่เคยมองอีกเจ็ดเผ่าอยู่ในสายตาเลย”
“มีอำนาจมากแล้วอย่างไรกัน” ตัวฝูโกรธ “แต่จะมาล่วงเกินคุณหนูของข้าไม่ได้!”
พูดจบนางก็ออกแรงที่เท้าเพิ่ม “ขอโทษเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นเจ้าจะเสียใจ”
ฮูหลุนร้องลั่นเขาสั่งการทหารของตนเอง แต่ทหารเหล่านั้นถูกตัวฝูจัดการล้มคว่ำไปหมดแล้วข้อมือข้อเท้าของพวกเขาหลุดจนยืนขึ้นไม่ไหว
อาเก๋อเห็นภาพนั้นแต่ไกลจึงถามขึ้น “องค์ชายพวกเราไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยหรือ”
องค์ชายเจ็ดซูถูถามเสียงเนิบนาบ “ยื่นมือไปทำอะไร”
“แต่…”
อาเก๋อยังพูดไม่ทันจบเขาเห็นว่าทางทิศของประตูเมืองมีคนบินเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับนกสยายปีก
“หยุด!”
ฮูหลุนได้ยินเสียงนั้นก็ดีใจ “พระอาจารย์! พระอาจาร