ากใช้โอกาสนี้ฆ่าเขา เรื่องทั้งหมดจะคลี่คลายได้หรือไม่
แต่ในที่สุดนางก็ยับยั้งชั่งใจ และบอกตัวเองอย่างมีเหตุผลว่าที่ประวัติศาสตร์เดินทางมาถึงจุดนั้นได้ไม่ใช่เพราะอำนาจของคนผู้นี้ ในฐานะปรมาจารย์แห่งชีวิตสิ่งที่นางต้องทำคือการแก้ไขเส้นทางที่นำไปสู่ผลลัพธ์เช่นนั้น ไม่ใช่การทำลายเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลมซึ่งอาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้
“ซูถู เจ้าจะมาตามเช็ดก้นให้น้องชายหรือ มาสิเจ้ากล้าหรือไม่!”
สายตาขององค์ชายเจ็ดซูถูกวาดตามองทุกคนเขาไม่สนใจการยั่วยุของฮูหลุน แต่พูดกับพระอาจารย์ช่างจื้อว่า “พระอาจารย์พวกนางเป็นแขกของพวกเราเผ่าหมาป่าหิมะ หากมีอะไรทำให้องค์ชายฮูหลุนขุ่นเคืองเห็นแก่ที่พวกเราเป็นเผ่าเดียวกันอย่าได้ขุ่นเคืองกันเลย”
ฮูหลุนพูดแทรก “ผู้ใดเป็นเผ่าเดียวกับเจ้ามองหน้าตัวเองด้วยพวกจงหยวนชั้นต่ำ!”
“ฮูหลุน!” ซูถูไม่ว่าอะไร แต่น่าซูกลับโกรธเคืองแทน “พี่เจ็ดเป็นองค์ชายเผ่าหมาป่าหิมะ เจ้าดูถูกเขาเช่นนี้เท่ากับว่าเจ้าดูถูกเผ่าหมาป่าหิมะของพวกเราด้วย”
ฮูหลุนคิดในใจดูถูกแล้วอย่างไรยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดก็ถูกพระอาจารย์ช่างจื้อขัดไว้
พระอาจารย์ช่างจื้อพูดว่า “องค์ชายซูถูในเมื่อท่านขอโทษแทนพวกนาง เรื่องนี้ถือว่าแล้วกันไป หวังว่าหลังจากนี้เผ่าหมาป่าหิมะของพวกท่านจะดูแลคนของตนเองเป็นอย่างดี ในอาณาเขตเขาเทียนเสินคนนอกไม่ได้รับอนุญาตให้กำเริบเสิบสาน!”
พูดจบเขาก็ดึงฮูหลุนขึ้นแล้วสั่งการ