้น
แต่จวนแห่งนี้ไม่เหมือนกัน
เมื่อเดินผ่านประตูใหญ่เข้ามาก็จะเจอกำแพงผนังกั้นตามด้วยห้องโถงส่วนท้ายจวนเป็นสนามฝึกซ้อมดูจากของตกแต่งแล้วผู้ที่ไม่รู้คงคิดว่าอยู่ในจงหยวนเป็นแน่
ในสนามฝึกซ้อมมีคนกำลังยิงธนูอยู่ ในระยะร้อยก้าวลูกศรไม่มีการยิงที่ผิดพลาดเขายิงโดนเป้าทุกครั้ง
“พี่เจ็ด!” น่าซูตะโกนด้วยความดีใจ
ชายหนุ่มที่กำลังยิงธนูทำเป็นไม่ได้ยินเขาดึงคันธนูอย่างมั่นคง เสียง ‘สวบ’ ดังขึ้นหลายรอบลูกธนูพุ่งเข้าปักที่เป้าสีแดงตรงกลางทั้งหมด
หลังยิงธนูเสร็จเขาก็ส่งคันธนูให้บ่าวรับใช้จากนั้นก็หยิบผ้าขึ้นมาซับเหงื่อตนเองถึงได้เห็นว่าน่าซูเดินเร็วมาทางนี้ “น่าเจียไม่พบเจ้าข้านึกว่าเจ้าตายแล้วเสียอีก”
น่าซูรู้สึกไม่ยินดี “เหตุใดพี่เจ็ดพูดเช่นนั้นข้าจะตายง่ายๆ ได้อย่างไรเล่า”
ชายหนุ่มหัวเราะพลางตบไหล่เขาแล้วสวมกอด “เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว” หากหมิงเวยอยู่ที่นี่นางต้องประหลาดใจเมื่อได้เห็นรูปลักษณ์ของชายหนุ่มผู้นี้เป็นแน่
น่าซูเรียกเขาว่าพี่เจ็ด แต่ทั้งสองพี่น้องดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
น่าซูมีรูปลักษณ์ตามฉบับของคนหูเหริน ผิวแทนคิ้วดก ดูห้าวหาญ ส่วนชายหนุ่มอีกคนนั้นมีดวงตาเรียวยาวซึ่งเหมือนกับคนจงหยวนมากกว่าหากเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปเดินในหยุนจิงก็ไม่มีผู้ใดสงสัยว่าเขาเป็นชาวหูเหริน
ชายหนุ่มโบกมือให้บ่าวรับใช้ถอยออกไปแล้วถามว่า “ได้ยินว่าเจ้าพากองคาราวานกลับมาด้วยเกิดอะไรขึ้น”
น่าซูพูด “เป็