นเรื่องบังเอิญเท่านั้น ตอนที่ข้ากำลังรอน่าเจียมีสตรีจงหยวนสองนางพบเครื่องหมายที่ข้าทิ้งไว้แล้วพวกนางก็ช่วยข้าออกมา”
ดวงตาของชายหนุ่มหรี่ลง “สตรีจากจงหยวนงั้นหรือ”
“อืม..แม่นางหมิงเป็นเสวียนชื่อส่วนอีกคนเป็นสาวใช้ พี่เจ็ด…ท่านรู้หรือไม่ว่าพวกนางเก่งกาจเพียงใด สาวใช้คนนั้นทำให้โซ่หนาขาดได้ด้วยการกระชากไม่กี่ครั้ง” น่าซูทำท่าทางประกอบ
“ดังนั้นเจ้าเลยพาพวกนางมาที่นี่งั้นหรือ”
“ใช่” น่าซูตอบเสียงเบา “ข้าไม่ได้นำของสิ่งนั้นกลับมากังวลว่าจะต่อกรกับพระอาจารย์ช่างจื้อไม่ได้พี่เจ็ดเคยบอกไม่ใช่หรือว่าเสวียนชื่อจากจงหยวนแข็งแกร่งมาก หากยืมพลังของพวกนาง…แล้วอีกอย่างพอนางเข้าเมืองมาก็ถูกพระอาจารย์ช่างจื้อเพ่งเล็งจนเกิดการประมือกันดูเหมือนว่าเหล่าเทพกำลังช่วยพวกเรา”
ชายหนุ่มเงียบไม่พูดอะไร “พี่เจ็ดท่านคงจะบอกว่าข้าทำตามอำเภอใจมากไปใช่หรือไม่” น่าซูมองเขาอย่างกังวล
“เหตุใดถึงคิดเช่นนั้นเจ้าทำได้ดีมาก” ชายหนุ่มตบไหล่เขา
น่าซูยิ้มจนเห็นฟัน “ฮ่าๆ ข้ารู้ว่าการตัดสินใจของข้าจะไม่ผิดพลาด”
ชายหนุ่มกระซิบ “ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มจะต้องมีคนที่ต่อกรกับช่างจื้อได้ น่าซู เจ้าบอกมาว่าพวกเขาเป็นอย่างไรโดยเฉพาะแม่นางหมิง”
……………
หมิงเวยเพิ่งชำระล้างฝุ่นบนร่างกายเสร็จโหวเหลียงก็มาเคาะประตู
“แม่นางหมิง”
หมิงเวยบิดผมที่เปียกชื้นแล้วตอบกลับไป “เข้ามา”
โหวเหลียงเข้าไปด้านในเขาโค้งคำนับนางจากนั้นก็นั่งลงแล้วรายงานว่า