งท่านดูนี่สิ” จางซานเดินมาขอคำแนะนำ ที่อื่นพวกเขาค้นหาหมดแล้วเหลือเพียงที่นี่คิดว่าควรเข้าไปดูสักหน่อยดีหรือไม่ แต่ถ้าหากนี่เป็นอุบายของอีกฝ่ายล่ะไม่รู้ว่าในเมืองมีปัญหาตรงไหนถึงได้จุดไฟให้พวกเขาเผยตัวออกมาด้วยตนเอง
ชาวเมืองอีกคนพูดว่า “หากมีอะไรผิดพลาด ซุนลิ่ว และคนอื่นๆ จะต้องเตือนอย่างแน่นอน”
ภรรยาของจางซานหัวเราะเยาะ “พวกเจ้าโง่รึเปล่าที่อื่นค้นหาหมดแล้ว เหลือเพียงที่นี่ที่ยังไม่ค้นมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ามีปัญหา” ชาวเมืองถูกนางเยาะเย้ยชะงักไปครู่หนึ่งแล้วใบหน้าของพวกเขาก็แดงระเรื่อ
ผู้เฒ่าเถิงโบกมือแล้วพูดว่า “เมื่อผู้มาคิดไม่ดีพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกแล้ว นางพาคนมาด้วยผู้ใดจะรู้ว่าอาจซ่อนตัวอยู่ข้างนอก และรอโอกาสอยู่ก็เป็นได้ ไม่ต้องสนใจอย่างอื่นแล้วรีบหาวิธีจับพวกนางก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ชาวเมืองเห็นด้วย และคนหลายกลุ่มก็ตรงไปยังห้องใต้ดินที่ถูกทิ้งร้าง
“ซุนลิ่ว!” จางซานตะโกนเรียก มีคนเดินออกมาจากบ้านที่พัง “พวกเจ้ามาทำอะไรกัน”
“ที่นี่ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่” ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะข้างในหู เสียงหัวเราะเบามากเนื้อเสียงที่ชัดเจนนุ่มนวลบอกได้เลยว่าเป็นเสียงของหญิงสาวรุ่นเยาว์
ชาวเมืองหันไปตามเสียงนั่นพบเด็กสาวผู้หนึ่งยืนอยู่บนหลังคาบ้านข้างๆ ได้ยินนางพูดช้าๆ ว่า “เดิมทีไม่รู้เลยว่าปัญหาอยู่ตรงไหนขอบคุณพวกท่านมาก”สิ้นเสียงนางก็กระโดดลงมาแล้วเดินเข้าไปหา
จางซานโ