หมิงเวยเหลือบมองขุนศึกของตระกูลหยางในกองคาราวานแล้วพูดเสียงเบา
“ไปเถอะ” เหล่าขุนศึกเข้าใจเป็นอย่างดี แต่ละคนกลับขึ้นไปบนหลังม้าแล้วสั่งให้ออกเดินทาง แม่นางหมิงไม่ไว้ใจชายผู้นี้พวกเขาจึงต้องคอยจับตาดูตลอดทาง
เมื่อกองคาราวานจากไปตัวฝูจึงถามด้วยความกังวล “คุณหนู บ่าวทำผิดใช่หรือไม่เจ้าคะ…”
หมิงเวยส่ายหน้า “ไม่ใช่ความผิดของเจ้าข้าประมาทเอง”
นางเองก็ไม่คิดว่าภูเขารกร้างแห่งนี้จะมีคนดึงดูดพวกเขาให้มาที่นี่จนกระทั่งเห็นแผ่นไม้เล็กๆ ในมือของตัวฝูนางจึงพบว่ามันผิดปกติ
ใช่ เหตุผลที่พวกเขาไปผิดทางก็เพราะมีคนจงใจนำทางพวกเขา นางรับแผ่นไม้เล็กๆ มาแล้วมองอย่างละเอียด
ของสิ่งนี้มีความยาวหนึ่งนิ้ว กว้างหนึ่งนิ้ว ซึ่งไม่รู้ว่าใช้สีย้อมอะไรตัวลวดลายดูแปลกมาก และดูเก่ามากด้วยจึงไม่น่าแปลกใจที่ตัวฝูจะไม่สงสัยเมื่อหยิบมันขึ้นมา
มีของเก่าถูกทิ้งในที่รกร้างนอกเมืองผู้ใดจะสงสัยกัน ลวดลายนี้หมิงเวยรู้จักดี มันเป็นตัวอักษรที่ภิกษุในหูตี้นิยมใช้การสลักบนป้ายไม้เล็กๆ เช่นนี้ น่าจะเป็นเครื่องราง แต่หากปรากฏอยู่ที่นี่น่าจะใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น
หมิงเวยส่งแผ่นไม้เล็กๆ กลับไปให้ตัวฝูและพูดว่า “หลังจากนี้ถ้าเจอของเช่นนี้อีกให้ระวังหน่อย อักขระที่เป็นรูปแบบเช่นนี้มักจะมีความหมายพิเศษ”
ตัวฝูเชื่อฟังเป็นอย่างดี “เจ้าค่ะ” แล้วถามอีกว่า “คุณหนู ความลับของมันมาจากที่ใดหรือเจ้าคะ”
“เจ้าลองใช้พลังสัมผัสดูสิ” ตัวฝูทำตามแล้