าจะเชื่อหรือเจ้าคะ”
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ นางหยิบยันต์ออกมาแล้วเผาทิ้งจากนั้นก็ตอบไปว่า “เขาจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ พวกเราเข้ามาได้ก็พอแล้ว”
ในเมื่อดึงดูดพวกนางให้มาที่นี่ก็ต้องหาทางแสดงตัวใช่หรือไม่ หมิงเวยเป็นคนสบายๆ ช่วงเช้านางนั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมมองดูชาวเมืองที่มาดื่มเป็นครั้งคราว
ในช่วงค่ำนางขอยืมเตาผิงจากพวกเขาเพื่อปิ้งแป้งทานกับตัวฝูจัดการปัญหาอาหารเย็นด้วยตนเองจากนั้นก็พักผ่อน ตัวฝูที่นอนไม่หลับนั่งอยู่ในความมืดเพื่อฟังการเคลื่อนไหวจากภายนอก ไม่มีอะไรนอกจากเสียงลม
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใดหมิงเวยรู้สึกว่างูขาวเคลื่อนไหวอยู่ในแขนเสื้อของนาง มันพูดเบาๆ ว่า “นายท่านดูเหมือนว่าจะมีคนอาศัยอยู่ที่นี่”
หมิงเวยลุกขึ้นนั่ง “เจ้านำทางได้เลย”
“เจ้าค่ะ”
หมิงเวยพับกระดาษคนสองใบแล้วโยนเข้าไปในห้องแล้วเปิดหน้าต่างข้ามออกไปจากนั้นลงสู่ถนนพร้อมกับตัวฝู
ข้างนอกมืดสนิทและไม่มีแสงสว่างเลย
จากการนำทางของงูขาวพวกนางพบห้องใต้ดินที่ถูกทิ้งร้างอย่างรวดเร็วซึ่งมีคนคอยคุ้มกันอยู่ หมิงเวยประมวลความคิดแล้วพาตัวฝูถอยห่างออกมา จากนั้นสั่งการเสียงเบา “เจ้าไปตรงนั้นแล้วจุดไฟ”