กขบวนพักสักสองวันแล้วค่อยกลับไปจะดีกว่า”
ตัวฝูคิดเงียบๆ ในใจเหตุผลนี้มีคนเชื่อด้วยหรือ
“จริงหรือ” ชายชราหัวเราะ “แต่เมืองของพวกเราไม่มีโรงเตี๊ยม…”
ยังไม่ทันพูดจบอีกฝ่ายก็ยื่นเงินหยวนเป่ามาอยู่ตรงหน้าเขา “รบกวนขอความช่วยเหลือจากผู้เฒ่าแล้วเป็นห้องว่างที่บ้านท่านก็ได้”
“ข้าเกรงว่า…” เงินหยวนเป่าถูกยื่นมาอีกแท่ง ชายชราขยับริมฝีปากและไม่กล้าพูดอะไรอีก
เมื่อมองไปที่เงินหยวนเป่าสักพักเขาก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะไปขอให้โรงเตี๊ยมจางซานทำความสะอาดห้องไว้ให้!”
หมิงเวยยิ้มแล้วยื่นเงินหยวนเป่าสองแท่งให้แก่เขา “รบกวนท่านแล้ว”
ชายชราหยิบไม้เท้าและพาพวกนางเข้าไปในเมืองอย่างช้าๆ หมิงเวยรู้สึกว่างูขาวในแขนเสื้อของนางหดตัวและตัวสั่นอีกครั้ง
เมืองเล็กแห่งนี้เป็นเพียงถนนสายหนึ่งโรงเตี๊ยมเล็กมากจนน่าสงสาร คนที่เปิดโรงเตี๊ยมเป็นสามีภรรยาคู่หนึ่ง ชายชราพูดกับอีกฝ่ายไม่กี่คำพวกเขาก็พยักหน้า
ผ่านไปครู่หนึ่งหญิงวัยกลางคนก็เดินมานำทาง “เชิญแม่นางตามข้ามา” น้ำเสียงของนางแข็งทื่อเล็กน้อย แต่ก็กิริยามารยาทดี
หญิงสาวพาพวกนางขึ้นมาชั้นบนและผลักประตูห้องหนึ่ง “ที่นี่เดิมทีเป็นห้องของบุตรชายของข้า ข้าเพิ่งทำความสะอาดมันหวังว่าแม่นางจะไม่รังเกียจ”
หมิงเวยกวาดตามองแล้วพยักหน้า “มีที่พักก็ดีมากแล้วขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ”
หญิงสาวโค้งกายแล้วเดินออกไป ประตูปิดลง ตัวฝูก็ถามขึ้นมาอย่างใจร้อน
“คุณหนู พวกเข