ารถสำเร็จการใหญ่ได้อย่างแน่นอน” โหวเหลียงเข้าใจขึ้นมาทันทีเขาทั้งดีใจแต่ก็กังวล
ที่ดีใจก็คือหากต้องการลักลอบนำเข้าจริงๆ เขาก็สามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้ แต่ที่กังวลก็คือการลักลอบขนของเป็นเรื่องที่อันตรายมากยิ่งช่วงนี้สถานการณ์ในหูตี้อยู่ในความไม่สงบหากเสียชีวิตขึ้นมาก็เป็นเรื่องปกติ
เขาไม่ได้ต้องการศักดิ์ศรีไม่ใช่เพื่อรักษาชีวิตของตนเองหรอกหรือไปที่นั่นดูไม่คุ้มที่จะเสี่ยง…
“ทำไม ไม่อยากไปงั้นหรือ” เห็นเขาไม่ตอบหมิงเวยจึงถาม
โหวเหลียงเงยหน้าสบตากับดวงตาอันล้ำลึกของนางและกัดฟันตอบ “แม่นางหมิงต้องการเช่นนั้นข้าน้อยไม่กล้าปฏิเสธหรอกขอรับ!” ไปหูตี้ก็ยังมีโอกาสกลับมาได้อย่างปลอดภัย หากไม่ตกลงทุกอย่างก็จบในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ลองสู้สักตั้งเถอะ!
หมิงเวยพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ถ้าเช่นนั้นท่านก็รีบไปเตรียมตัวเถอะ! ”
สติของโหวเหลียงปลิวหายไปอย่างรวดเร็วเขาพูดว่า “แม่นางหมิง ข้าน้อยขออนุญาตถามท่านได้หรือไม่”
“ว่ามา”
“การที่พวกเราเดินทางไปหูตี้จุดประสงค์เพื่อหารายได้หรือ”
หมิงเวยหัวเราะ “ไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นท่าน”
“พ่อค้ากองคาราวานคือท่าน” หมิงเวยพูด “และข้าเป็นเพียงเสวียนชื่อที่ติดตามกองคาราวานเดินทางไปหูตี้ และถือโอกาสค้าขาย เพราะฉะนั้นอยากนำสินค้าอะไรไปท่านจัดการได้เลยต้องเดินทางไปเส้นทางไหนท่านก็บอกมาได้”
“….” โหวเหลียงรู้สึกเห็นท่าไม่ดีจุดประสงค์ของการลักลอบนำเข้าไม่ได้ทำเงินง่ายถึงเพียงนั