หมิงเวยถูกเขากดลงกับโต๊ะแม้จะไม่ได้แรงอะไรแต่ก็ทำนางรู้สึกหัวหมุนได้
“ข้าจะ…” พูดไปได้แค่นั้นคำพูดหลังจากนั้นก็หายไปในริมฝีปากของเขา
มือที่วางอยู่ตรงลำคอปลดคอเสื้อของนางออกจากนั้นเลื่อนลงต่ำรั้งเอวของนางไว้ ส่วนอีกข้างวางทาบไปที่แผ่นหลังดึงเอานางมาไว้ในอ้อมกอด
ท่านี้ทำให้ทั้งสองแนบชิดกันมากขึ้นไม่รู้ว่าความโกรธที่ค้างอยู่นั้นมากเกินไปหรือเปล่า หยางชูถึงควบคุมตัวเองไม่ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมิงเวยไม่ต่อต้านเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกไม่สบายในตอนแรกหายไปจากนั้นนางก็ยกมือโอบรอบคอเขา
ทั้งสองโซซัดโซเซจนทำถ้วยชาหก เก้าอี้ล้มคว่ำ ชนกล่องจนสุดท้ายสะดุดล้มลงบนเตียงอย่างอื่นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจะถามอะไร นึกจุดประสงค์ของการเข้ามากลางค่ำกลางคืนไม่ออก เมื่อไฟถูกจุดมันก็จะลามไปทั่วทุ่งหญ้า เขาอยากจะฉีกผ้าออกจากร่างของนางอย่างใจจดใจจ่อ แต่กลับไม่ระวังกระชากม่านกั้นเตียงไปด้วย เดิมทีของตกแต่งเรือนเหล่านี้ถูกทำขึ้นเพื่อนำมาใช้ชั่วคราว เมื่อดึงแรงเกินไปจนชนเข้ากับเสาเตียงจึงทำให้มีเสียง ‘ตึงตัง’ ตามมาด้วยเสียงผ้าที่ฉีกขาด สิ่งของที่อยู่ข้างบนนั้นตกลงมากระจัดกระจาย บางส่วนก็กลิ้งลงมา บางส่วนก็ตกลงกระแทกเก้าอี้
การเคลื่อนไหวที่ดังเกินไปจึงทำให้เสียงของอาสวนดังขึ้นจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว “คุณชายขอรับ” แต่ไม่มีเสียงตอบรับ
อาหว่านพูดอย่างเป็นกังวล “ต้องเกิดเรื่องกับคุณชายแน่ๆ พวกเราเข้าไปดูก