ันเถอะ” พูดแล้วนางก็คิดจะแตะประตู
อาสวนรั้งนางเอาไว้ และกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หยางชูพูดขึ้นว่า “ข้าไม่เป็นอะไรพวกเจ้าไม่ต้องกังวล”
อาหว่านกังวลมากนางตะโกนขึ้นว่า “คุณชายอย่าโกรธคนเดียวเลยเจ้าค่ะ! หากท่านอารมณ์ไม่ดีพวกเราจะอยู่เป็นเพื่อนท่านเอง!”
“ไม่ต้อง” หยางชูรีบพูด “พวกเจ้ากลับไปนอนเถอะ”
อาหว่านอยากจะพูดอีก แต่อาสวนเห็นหน้าต่างที่เปิดอยู่ครึ่งหนึ่งและได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างจึงดึงตัวอาหว่านแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นระวังตัวด้วยขอรับ”
แล้วเขาก็ลากอาหว่านออกไปทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
หยางชูก้มศีรษะลง และมองไปที่หมิงเวย ผมเผ้าของนางยุ่งเหยิง ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาเป็นประกาย และริมฝีปากที่ชุ่มฉ่ำ
เมื่อคิดได้ว่าเป็นเพราะเขาแทะเล็มนางก็รู้สึก…แต่หมิงเวยกลับถามเขาว่า “ท่านอยากต่อหรือไม่”
“….” หยางชูเหลือบมองไปรอบๆ “ท่านอยากต่อทั้งอย่างนี้หรือ” สภาพห้องนี้พังเละมากจนน่ากลัว
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ “ดูเหมือนท่านจะไม่ได้ต้องการขนาดนั้น” ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สนใจเรื่องสภาพห้องหรอก
หยางชูอยากจะบีบคอนางมาก เมื่อครู่เขาแค่โกรธมากไปไม่ใช่คนมากตัณหาสักหน่อย
“ไม่ต้องลุกขึ้นหรอก” หมิงเวยดึงเขาลงจากนั้นก็ผลักพวกสิ่งของที่พังออกไปแล้วทั้งสองก็นอนเคียงข้างกันบนเตียง “เมื่อครู่โกรธใช่หรือไม่”
นางหมายถึงเรื่องที่นางจะเดินทางไปหูตี้ หยางชูร้อง ‘อื้อ’ แล้วไม่พูดอะไร
หมิงเวยดึงแขนเขามาวางไว้บนหมอน และเล