่นนิ้วของเขา “จำที่ข้าบอกกับท่านก่อนหน้านี้ได้หรือไม่อีกฟากหนึ่งของเขาเหยียนซานจะปรากฏราชวงศ์ที่รวมเป็นหนึ่งในไม่ช้านี้”
หยางชูตอบกลับเสียงเบา “ข้าจำได้ปีก่อนท่านพูดว่าหากนับเวลาแล้ว ตอนนี้เหลือเวลาอีกหนึ่งปี” ตอนนั้นพวกเขายังอยู่ที่ตงหนิงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้เขายังกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับทิศทางในอนาคตของกองทัพซีเป่ยเป็นอย่างมาก
“ดังนั้นข้าเลยต้องไปที่นั่น” นางพูด “ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด และอาจเป็นโอกาสสุดท้ายไม่แน่ว่าอาจสามารถเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้”
หยางชูเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าไม่ได้โกรธเรื่องนี้ แต่ท่านไม่เคยคุยกับข้าเรื่องนี้เลยหรือว่าพวกเราไม่สนิทกันมากพอเหตุใดข้าถึงรู้พร้อมกันกับพวกเขาเล่า”
หมิงเวยยิ้มนางหันข้างแล้วเอื้อมมือไปกอดเขา
หยางชูดันนางออกด้วยสีหน้านิ่ง “ข้าให้ท่านอธิบายไม่ได้ให้กอด”
หมิงเวยเปลี่ยนจากหัวเราะเบาๆ เป็นหัวเราะเสียงดัง
เขากังวลว่าอาสวน และคนอื่นๆ จะได้ยินจึงดึงนางกลับมา “อย่าส่งเสียงดังสิ!”
หมิงเวยหัวเราะพอแล้วนางดันตัวเองออกจากอ้อมกอดเขาแล้วพลิกกายทาบทับบนตัวเขาก่อนจะพูดว่า “ได้ ข้าผิดเองที่ไม่บอกเรื่องนี้กับท่านก่อนหลังจากนี้จะไม่ทำอีกแล้ว” นางเป็นเด็กดีที่รู้จักแก้ไขความผิดพลาดของตนเอง
หยางชูถอนหายใจอย่างโล่งอก และหลังจากนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า “ท่านจงใจ! หากบอกกับข้าก่อนเกรงว่าข้าจะเสนอเงื่อนไขใช่หรือไม่จึงตั้งใจท