กตัวไปนอนอย่างขมขื่น นางไม่อธิบายอะไรเลยแม้แต่คำเดียวโหดร้ายมาก!
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรที่เขายังอยู่ในอาการสับสนงุนงงหน้าต่างก็ถูกผลักและมีคนเข้ามาอย่างเงียบๆ มือคู่นั้นวางอยู่ที่ขอบเตียง จู่ๆ หยางชูก็ลุกขึ้นหยิบกระบี่ที่อยู่ข้างหมอน หมิงเวยเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพุ่งเข้าไปหาแล้วกดมือเขาไว้
เมื่อหยางชูเห็นว่าเป็นนางจึงรีบยั้งแรงเอาไว้กระบี่ในมือถูกนางปัดตกลงเขาก้มลงเก็บมันประจวบเหมาะกับนางที่ก้มลงตามมาด้วย…
“อุก…” หยางชูรู้สึกว่ามีบางอย่างกระทบจมูกของเขามันนุ่มนวล…
ผ่านไปสักพักเขาก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความตกใจของหมิงเวย “เหตุใดท่านถึงเลือดกำเดาไหลกัน”
จากนั้นก็รีบเอาผ้าเช็ดหน้ามาปิดจมูกให้เขาแล้วยื่นมือออกไปเพื่อดึงคอเสื้อเขาเพื่อให้หายใจได้สะดวก
“อย่าขยับ!” เขาพูดเสียงเบา แต่เกรงว่านางจะไม่ฟังจึงพูดอีกครั้ง “อย่าแตะต้องข้า!” หมิงเวยตกใจที่เขาตะโกนขึ้นจึงหยุดอยู่ตรงนั้นมองดูเขายกมือบีบจมูกแล้วเดินผ่านนางไปที่อ่างอาบน้ำด้านหลัง
ผ่านไปสักพักหยางชูก็เดินกลับมา เลือดกำเดาของเขาหยุดไหลแล้ว ดูเหมือนอาการจะดีขึ้น แต่หูก็ยังคงแดงอยู่ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อย
แน่นอนว่าแสงที่ส่องเข้ามาจากภายนอกนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้หมิงเวยมองเห็นได้ชัดเจน นางรู้เพียงแต่ว่าอารมณ์ของเขาผิดปกติเล็กน้อย หยางชูไม่สนใจนาง และนั่งลงที่โต๊ะเพื่อชงชาให้ตัวเอง
หมิงเวยคิดแล้วเดินเข้าไปหา “ท่านยังโกรธอยู่หรือ”
ไม่รู้ว