ตี้แน่นอน เขามีความรู้และเข้าใจภาษาของชาวหูเหริน อีกทั้งยังมีทักษะปลอมตัวซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าต้องการอยู่พอดี”
หนิงซิวเข้าใจแล้วนางไปเพื่อจัดการเรื่องบางอย่างอีกทั้งที่ผ่านมานางไม่ได้เสียเปรียบอะไร เขาจึงไม่ใส่ใจอะไรมากอีก
หยางชูไม่พูดอะไรเขาดื่มชาเสร็จก็ลุกขึ้น “ดึกแล้ว ข้าไปนอนล่ะ”
“คุณชาย!” อาหว่านร้องเรียก หยางชูไม่สนใจนางเขาเดินเข้าห้องไป
อาหว่านมองหมิงเวยก็เห็นว่านางดื่มชาเสร็จก็ลุกขึ้นจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า
“ท่านไม่สนใจเลยหรือ” หมิงเวยมองนางด้วยท่าทางไร้เดียงสา “สนใจอะไรหรือ”
“คุณชายกำลังโกรธข้าไม่เชื่อว่าท่านดูไม่ออก”
“อ้อ” สีหน้าของหมิงเวยดูไร้อารมณ์ จากนั้นนางก็เดินกลับห้องไป
อาหว่านโกรธจนอยากพุ่งเข้าไปหา แต่ก็ถูกอาสวนห้ามไว้
“เจ้าจะร้อนใจไปทำไม!” อาสวนพูดกับนาง “เรื่องของคนสองคนผู้อื่นเข้าไปยุ่งจะยิ่งลำบาก”
“แต่ว่านาง…”
“เวลาคุณชายโกรธแม่นางหมิงเข้าไปคุยก็เรียบร้อยแล้วเป็นเช่นนี้มาหลายครั้งเจ้ายังดูไม่ออกหรือ”
………
หยางชูนอนอยู่บนเตียงเขาพลิกตัวไปมาด้วยอาการนอนไม่หลับ
เขากลับเข้าห้องเร็วไปหลังชำระกายเสร็จแล้วก็อ่านหนังสือไปหนึ่งรอบ เช็ดกระบี่ไปสักพักสุดท้ายก็ไม่มีอะไรทำเขาก็นำแผนภูมิประเทศของเขาเหยียนซานขึ้นมาดู จนกระทั่งทุกคนนอนหลับกันหมดแล้วทุกอย่างเงียบสงัด เมื่อหาอะไรทำไม่ได้เขาก็กลับไปที่เตียง
ด้านนอกประตูไม่มีเสียงเลยสักนิด เขาจ้องไปที่ประตูเป็นเวลานาน และในที่สุดก็พลิ