หยางชูรู้สึกกระตือรือร้นกับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกำจัดพวกโจร
ก่อนอื่นพวกเขาไม่สามารถบุกเข้าไปจัดการโดยตรงได้ โจรเหล่านี้ฉลาด ทันทีที่กองทหารมาถึงพวกเขาก็จะเข้าไปในภูเขา และแบ่งกลุ่มกระจัดกระจายเพื่อซุ่มยิงลับหลัง กองทัพซีเป่ยถึงได้ไม่ประสบความสำเร็จในการปราบปรามพวกเขาหลายครั้ง คราวนี้พวกเขาจัดการพวกโจรได้สำเร็จเพราะพวกเขาไม่โง่ที่จะไปหาพวกมันถึงหน้าประตู หากเป็นเหมือนกองทัพซีเป่ยเข้าไปในภูเขาเพื่อปราบโจร ผลที่ได้จะยิ่งแย่ลงเพราะมีจำนวนคนที่น้อยลง
หยางชูคิดถ้าเช่นนั้นพวกเขาควรทำตัวเป็นโจรแล้วโจมตีจากภายในไม่ดีกว่าหรือ
อืม…เอาตามนี้เนี่ยแหละ!
………….
เงาโดดเดี่ยวใต้แสงจันทร์เสียงกู่ฉินดังขึ้นแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความเหงา ช่างทำให้ผู้ฟังรู้สึกเศร้าใจผู้พบเห็นน้ำตาคลอ
ทันใดนั้นก็มีเสียงขลุ่ยดังขึ้นราวกับห่านป่าที่บินข้ามผืนน้ำกระพือปีกรอบสายน้ำในสระใสทำให้บรรยากาศไปในทิศทางที่มีชีวิตชีวาขึ้น หลายครั้งที่ไม่สามารถดึงเสียงกู่ฉินกลับมาได้ นิ้วดีดหนึ่งครั้งเสียงก็ก้องไปไกล จากนั้นก็หยุดลง
หลังจากนั้นไม่นานเสียงขลุ่ยก็หยุดตามหมิงเวยกระโดดขึ้นไปบนหลังคา มองหนิงซิวที่นั่งบรรเลงกู่ฉินอยู่
“อาจารย์อารมณ์ไม่ดีหรือเจ้าคะ” หนิงซิวนั่งปรับสายไม่พูดอะไร หากนางไม่เป่าขลุ่ยรบกวนเขาจะอารมณ์ดีมาก!
หมิงเวยพูด “อาจารย์โกรธข้าจริงๆ ด้วย!”
หนิงซิวเงยหน้าขึ้นชำเลืองมองนางอย่างเย็นชา “รู้อยู่แล้วจะถามทำไมกัน”
หม