ังแล้วก็พบว่าไม่มีผู้ใดขัดขวางเขาจริงๆ ดังนั้นเขาจึงเดินไปรอบๆ สนามเลี้ยงม้าเห็นแม่ทัพตระกูลหยางจึงเข้าไปคุยกับคนอื่นๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นนายช่าง เหล่าขุนศึกจึงให้ความเคารพเขา แต่ตอนนี้เขาเป็นนักโทษผู้ใดจะสนใจเขากัน
แต่เพราะเขาหน้าหนาแม้ผู้อื่นไม่สนใจเขาก็แค่ยืนฟังเงียบๆ ทำแบบนี้อยู่หลายครั้งจนเหล่าขุนศึกค่อยๆ ปล่อยเขาไป เขาเพิ่งค้นพบทางเข้าประตูก็ถูกหยางชูพบเข้าเขารู้สึกอกสั่นขวัญแขวน และตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ ไปว่า “พอเข้าใจขอรับ…”
“คำนวณสิว่าตรงนี้ได้ราคาเท่าไร!”
โหวเหลียงหาเสียงตัวเองอยู่นานก่อนจะตอบตัวเลขไปว่า “โบราณวัตถุเหล่านี้ ของชิ้นเล็กหากนำมาคิดมูลค่ารวมน่าจะประมาณ…แสนตำลึง” หยางชูตกตะลึง
แสนตำลึง รังโจรที่มีคนเป็นร้อยสามารถปล้นมาได้หนึ่งแสนตำลึง เหตุใดเงินจำนวนนี้ถึงได้มาง่ายดายเพียงนี้กัน
หัวหน้าโจรที่ถูกพาไปยังสถานที่ที่กำหนดเองก็ตกใจ ผมเผ้าชี้ฟู เขาถามโหวเหลียงเสียงอ่อน “แสนตำลึงงั้นหรือ…ของแตกหักพวกนี้เนี่ยนะมูลค่าแสนตำลึง”
โหวเหลียงมองดูเขาอย่างดูถูก “ข้าเคยบอกแล้วว่าของพวกนี้สามารถส่งไปเมืองหลวงได้แลกเป็นเงินไม่น้อยกว่าแสนตำลึง แต่ท่านไม่ฟังเอง”
หัวหน้าโจรคำรามในใจแน่นอนว่าเขาไม่ฟัง ไอ้เด็กนี่ใช้วิธีขุดเอาจากหมู่บ้านข้างเคียงกอบโกยผลประโยชน์เข้าตนเอง ผู้ใดจะคิดว่ามันพูดจริง! พวกเครื่องเหล็กทองแดงหักๆ เหล่านี้เหตุใดถึงมีมูลค่าถึงแสนตำลึงเชียว ด้วยเงินจำนวนนี้สามาร