นทางก็เป็นห่วงที่นี่อยู่ตลอด และเขาก็รีบกลับมาทันทีที่ได้รับข่าว เขาเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางที่แทบไม่ได้หยุดพัก และถึงสนามเลี้ยงม้าในช่วงบ่าย หลังจากถอดรองเท้าและเข้าไปในห้องแล้ว ภาพที่เขาเห็นก็คือหยางชูที่อยู่ในอาการง่วงนอนกำลังล้างหน้าขัดฟัน
“อรุณสวัสดิ์!” หยางชูทักทายเสียงอู้อี้ หนิงซิวเมื่อคิดถึงตนเองที่กังวลไปตลอดทาง จู่ๆ เขาก็รู้สึกอยากยกกู่ฉินทุบหัวตนเอง
“อรุณสวัสดิ์อาจารย์” หมิงเวยเองก็เดินออกมาแล้วหันไปถามตัวฝู “บ่ายนี้ทานอะไรหรือ”
“วันนี้มีกุ้งที่เพิ่งจับมาได้เจ้าค่ะ” ตัวฝูพูดอย่างร่าเริง “จะนำไปอบน้ำมัน ต้มลวก ย่างเกลือ…หรือนำไปสับทำลูกชิ้นกุ้งทอดได้หมดเจ้าค่ะ”
“ลูกชิ้นกุ้งทอดละกัน” หมิงเวยคิดแล้วตอบ
“ได้เจ้าค่ะ!” ตัวฝูรีบไปที่ห้องครัว
หนิงซิวเกือบคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่เขาไม่ได้ออกไปไหนเลย ไม่มีเลือดที่หน้าประตู สิ่งที่คนงานกำลังฝังไม่ใช่ศพ นับประสาอะไรกับพวกโจรที่ยังมีชีวิต!
ฆ่าคนไปมากมายเพียงนี้ แต่เหตุใดแต่ละคนกลับดูสงบเช่นนี้กัน นี่เขาพบจอมยุทธ์ที่คุ้นชินกับการฆ่าจนอยากจะอาเจียนเมื่อได้กลิ่นเลือดที่ประตู เขารู้สึกว่าตนเองอาจจะต้องเข้าเรียนเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ศิษย์น้องของตนกลายเป็นราชาแห่งการสังหาร
อย่างไรก็ตามไม่ต้องรอให้เขาพูดหมิงเวยก็พูดขึ้นว่า “อาจารย์ ในเมื่อท่านกลับมาแล้วทำไมท่านไม่เดินทางไปยังหมู่บ้านที่รั้วล้อมรอบทั้งสี่ด้านเสียบ้างเล่าเจ้าคะ”
หนิงซิวเลิกค