โกรธจนร้องไห้ “ไม่เหลือให้ข้าสักชิ้นเลย!”
หยางชูยกจานมาแล้วเทเนื้อที่เหลือให้ “หากไม่พอก็ให้ท่านป้าไช่ตักมาอีก”
อาหว่านหายโกรธแล้วมีสีหน้าดีใจขึ้นมาทันที “ขอบคุณคุณชายเจ้าค่ะ”
ทุกคนรับประทานจนมุมปากมันเยิ้มถึงได้เริ่มดื่มชาย่อยอาหาร ส่วนอาสวนวางตะเกียบลงและไปทำงานต่อ
สองสามวันมานี้ชาวเขาไม่มีสินค้าเหลือจึงมาที่นี่น้อยลงมีเพียงพวกคนที่เชี่ยวชาญในด้านตัดไม้ และเหมืองหินที่ส่งวัสดุก่อสร้างมาอย่างต่อเนื่อง ช่างฝีมือบางคนได้ยินเรื่องนี้จึงเดินทางมาของานทำ อาสวนเป็นคนเลือกช่างฝีมือเหล่านั้นด้วยตนเอง
“งานไม้เป็นหรือไม่ งานปูนล่ะ”
คนผู้นี้เป็นชายที่ดูแข็งแกร่งมากอายุน่าจะประมาณสามสิบปี คิ้วดูยุ่งเหยิงทำให้ดูดุเล็กน้อย เมื่อได้ยินอาสวนถามเขาก็ยิ้มอย่างประจบสอพลอ “ท่านเจ้าหน้าที่ถึงแม้ข้าจะไม่เป็นงานพวกนี้ แต่ข้ามีพละกำลังมากไม่มีปัญหาในการแบกของขอรับ”
อาสวนเหลือบตามองดูและเป็นไปตามคาด…สายตาของเขาเหลือบไปที่เท้าของชายคนนั้นครู่หนึ่ง จากนั้นก็เหลือบมองไปที่มือของอีกฝ่ายเขาขมวดคิ้วแต่ไม่พูดอะไร
ชายคนนั้นเมื่อถูกจ้องเข้าใจก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเขายิ้มอย่างอ้อนวอน “ท่านเจ้าหน้าที่ที่บ้านข้ามีมารดาที่แก่แล้วกับลูกเล็กได้โปรดให้ข้าได้ทำงานเลี้ยงชีพเถิด”
อาสวนไม่พูดอะไร แต่ก็มีเสียงดังข้างกายว่า “ตกลง เจ้าลงชื่อสิ”
อาสวนหันไปมองเป็นหมิงเวยที่ไม่รู้ว่าเดินมาเมื่อไร
เขาลังเลที่จะพูด “แม่นางหมิงเขา…”
ชาย