้าหน้าที่ไก่ตัวนี้ท่านรับหรือไม่ขอรับ” ชาวเขาแต่งกายเสื้อผ้าโทรมๆ ถามอย่างระมัดระวัง
ขุนศึกคนหนึ่งมองแล้วพูดว่า “ตราบใดที่ไม่ใช่ไก่ป่วยหรือไก่ตาย พวกเรารับหมด นำมาชั่งน้ำหนักตรงนี้”
หลังจากที่ชั่งเสร็จแล้วก็ได้ยินเจ้าหน้าที่พูดว่า “ไก่เป็นหนึ่งตัว ราคาตลาดอยู่ที่ห้าสิบเหวิน เพิ่มสามสิบส่วนและค่าเดินทางอีกสิบส่วนเป็นเจ็ดสิบเหวิน ไก่เป็นห้าตัวทั้งหมดคิดเป็นสามร้อยห้าสิบเหวิน นี่เงินของเจ้า!” เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งก็หยิบเงินออกมาแล้วยื่นให้เขา
ชาวเขาคนนั้นดีใจมากเขากล่าวขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า เขานำไก่ห้าตัวมาขายในเมือง แน่นอนว่าต้องโดนกดราคาอีกทั้งยังต้องจ่ายภาษี ได้ราคาสองร้อยเหวินก็ไม่เลวแล้ว ตอนนี้เพิ่มอีกหนึ่งร้อยห้าสิบเหวินเพียงพอที่จะสามารถซื้อเสื้อผ้าดีๆ ให้ครอบครัวได้ ชาวเขาหลายคนเข็นรถมาทางนี้ซึ่งด้านในมีหินอยู่จำนวนหนึ่ง พวกเขารับเงินมาด้วยท่าทางมีความสุข
หนิงซิวเดินสะบัดแขนเสื้อมาทางนี้แล้วนั่งลง “หลังสร้างป้อมปราการเสร็จ คิดจะทำอะไรต่อ”
หมิงเวยหันศีรษะไปมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “อาจารย์…”
หนิงซิวพูดเสียงเรียบเฉย “ถ้าต้องการเปิดอีกโลกหนึ่งจะต้องมีความแข็งแกร่งที่สอดคล้องกัน แม้ว่าท่านจะสร้างวัง แต่ท่านจะแข่งขันกับกองทัพซีเป่ยได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินเขาถามคำถามนี้หมิงเวยก็แปลกใจเล็กน้อย นางคิดว่าหนิงซิวเป็นคนที่ไม่อยากกบฏมากที่สุด แต่คำถามที่เขากำลังถามอยู่ตอนนี้คือ