งก็เห็นว่าอาสวนพูดออกไปว่าจะจ่ายราคาสินค้าหลายร้อยตำลึง ยังมีผู้ช่วยร้านค้าเข้ามาถามไถ่ว่าถ้าหากแนะนำพ่อค้าคาราวานมาได้จะได้ค่าแนะนำเท่าไร
อาสวนสะบัดพัดพลางตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “ต้องดูจากสินค้าที่ท่านแนะนำมาว่ามีเท่าไร น้อยสุดสินค้าราคาหนึ่งพันตำลึงขึ้นไป หนึ่งพันได้หนึ่งตำลึง สูงสุดหนึ่งร้อยตำลึง” ผู้ช่วยคนนั้นดีใจมาก
ค่าจ้างของเขาหนึ่งเดือนแค่ไม่กี่เหรียญหากเขาประสบความสำเร็จในงานเล็กๆ นี้ เงินที่ได้สูงกว่าค่าจ้างของตนที่ได้รับมากนัก
นักกวีวัยกลางคนเฝ้าดูอยู่ตลอดทั้งบ่าย หนิงซิวรู้สึกถึงการถูกจ้องพอเขาหันไปมองอีกฝ่ายก็ยิ้มกว้างกลับมาให้ และแสดงความเคารพจากที่ไกลราวกับคนว่างที่มาดูความคึกคัก
ในตอนเย็นเขากลับไปที่ว่าการอำเภอ รอจนนายอำเภอเฝิงอี้ว่าราชการเสร็จ อีกฝ่ายก็กลับมาคุยกับเขาอีกครั้ง
“ได้ยินมาว่าท่านไปดูความตื่นเต้นที่ถนนมา”
นักกวีวัยกลางคนยิ้ม “คนไม่มีอะไรทำอย่างข้าว่างนักก็เลยออกไปดูสักหน่อย คุณชายผู้นั้นร่ำรวยจริงๆ เงื่อนไขแต่ละรายการ…” เขาถามด้วยความสงสัย “ใช้เงินเหมือนน้ำเช่นนี้เขารับผิดชอบไหวหรือ”
เฝิงอี้ตอบ “เรื่องนี้สำหรับตระกูลชั้นสูงแล้วไม่เท่าไรหรอก คุณชายหยางผู้นั้นเป็นบุตรคนเดียวของนายท่านรองจากตระกูลโป๋วหลิงโหว องค์หญิงใหญ่ และโป๋วหลิงโหวไม่รู้ว่าเหลือทรัพย์สินเท่าไรไว้ให้เขา ขนาดอยู่เมืองหลวงผลาญเงินเหมือนผลาญดินแล้วเมืองเล็กๆ ของพวกเราในซีเป่ยล่ะ ถ้าจะซื้อทั้ง