เวยนั่งอยู่บนเสื่อ เบื้องหน้ามีกระดานหมากรุกที่มีตัวหมากสีดำ และสีขาววางอยู่ นางไม่ได้เล่นหมากรุก แต่กำลังคุยกับศิษย์พี่ของหยางชูอยู่
“ในเรื่องของกำลังคน เหล่าขุนศึกของตระกูลหยางไว้ใจได้แน่นอนใช่หรือไม่”
หยางชูพยักหน้า “คนพวกนี้ท่านปู่ท่านย่าเป็นคนเลือกด้วยตนเอง พวกเขาศึกษาเล่าเรียนฝึกวรยุทธ์มาพร้อมกันกับข้า ความสามารถ และความจงรักภักดีไม่ต้องพูดถึง” หมิงเวยหยิบตัวหมากสีขาวแล้ววางลงไปตรงกลางก่อนเอ่ย
“แล้วคนเลี้ยงสัตว์ เหล่าคนที่ข้าพามา พวกเขาได้รับความเมตตาจากพวกเรา แม้จะพูดไม่ได้ว่าจงรักภักดี แต่ตราบเท่าที่เราสามารถมอบชีวิตที่ดีขึ้นแก่พวกเขาได้ พวกเขาจะไม่ทรยศแน่นอนเจ้าค่ะ”
หยางชูพยักหน้า
“คนเลี้ยงสัตว์เหล่านั้นไม่สามารถแตะต้องได้ สนามเลี้ยงม้าเกาถางเป็นรากฐาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดสนามเลี้ยงม้าจะต้องได้รับการดูแล เพราะฉะนั้นคนที่สามารถทำงานได้ในตอนนี้คือผู้ลี้ภัยที่ลงนามในสัญญา” หมิงเวยแบ่งตัวหมากรุกออกเป็นสองกองแล้ววางไว้ทั้งสองด้าน
“ขุนศึกตระกูลหยางจะถูกสงวนไว้สำหรับงานสำคัญส่วนคนพวกนั้นสำหรับงานที่เหลืออยู่” หมิงเวยลูบตัวหมาก “กำลังคนยังน้อยเกินไปเจ้าค่ะ!”
หนิงซิวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “กินแค่คำเดียวคงไม่ทำให้อ้วนได้ตอนที่พวกเราเพิ่งมาถึงที่นี่ ไม่มีแม้แต่ที่กำบังจากลมและฝนตอนนี้มีที่พักมีอาหารแล้ว ไม่ต้องกังวลไปสุดท้ายแล้วเราจะมีทุกอย่างไม่ช้าก็เร็ว”
หมิงเวยไม่คาดคิดมาก่อนเลยว