ปัจจุบันไว้ได้หรือไม่ ข้าจะลืมเขาหรือไม่”
หมิงเวยไม่คิดโกหกนาง “ความทรงจำส่วนใหญ่ของท่านจะหายไป แต่เนื่องจากจิตวิญญาณของท่านครึ่งหนึ่งไม่ได้เกิดใหม่ก็อาจยังมีความประทับใจเหลืออยู่ ท่านอาจจำหน้าตาและชื่อของเขาไม่ได้ แต่เมื่อได้พบหน้าเขาท่านจะจำได้อย่างแน่นอน”
ปกติเชี่ยนเหนียงไม่อธิษฐานภาวนาอะไรมาก แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่หมิงเวยอธิบายนางก็โล่งใจ “งั้นก็ดีแล้ว…”
“พวกท่านเตรียมตัวเถอะอีกสองวันข้าจะกลับมา” ทั้งสองคนเข้าใจว่านี่เป็นช่วงเวลาสุดท้ายของพวกเขา
เจี่ยงเหวินเฟิงถามอีกครั้ง “เรื่องที่ท่านบอกว่ายังไม่วางใจคืออะไรหรือ”
หมิงเวยตอบอย่างตรงไปตรงมา “เสวียนเฟย เขาคนนั้นเป็นตัวแปรหากข้าไม่อยู่ ได้โปรดใต้เท้าช่วยสนใจสถานการณ์ของเขาเป็นครั้งคราวด้วย”
เจี่ยงเหวินเฟิงครุ่นคิด “ท่านราชครูดูเป็นคนรักษาสัญญาแม่นางหมิงกังวลเรื่องใดหรือ”
“ข้าไม่แน่ใจเจ้าค่ะ” หมิงเวยสารภาพอย่างตรงไปตรงมา “บางทีเขาอาจไม่เต็มใจ แต่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง…”
เจี่ยงเหวินเฟิงคิด “ข้าเข้าใจแล้ว”
หมิงเวยใช้เวลาหนึ่งเดือนในการจัดการทุกอย่างจากนั้นก็เดินทางไปยังเกาถาง
ตอนนั้นเข้าสู่เดือนสิบเอ็ดหิมะแรกของปีตกลงที่หยุนจิง เป็นช่วงเวลาที่ไม่สมควรจะออกไปข้างนอก แต่นางก็พาตัวฝูออกจากประตูเมืองไปทางทิศตะวันตก
สัมภาระมีไม่มากไม่มีเกวียนมีเพียงม้าสองตัวเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือม้าสิงโตหยกที่เขามอบให้นางเป็นของขวัญ การจากไปครั้งน