แม่นางหมิงคิดจะทำอะไรกันแน่!”
หมิงเวยยิ้ม “อาจารย์ไม่รู้หรือเจ้าคะ”
ฟู่จินหัวเราะแววตาของเขาไม่มีความนัยอะไร “แม่นางค่อยๆ ไปทีละก้าว ทั้งระมัดระวังทั้งกล้าหาญซึ่งทำให้คนอย่างข้าประทับใจ ราวกับแม่นางเป็นตัวละครหนึ่งที่ปล่อยให้ผู้อื่นทำสิ่งต่างๆ จะให้รู้สึกวางใจได้อย่างไรเล่า”
หมิงเวยถอนหายใจ “เป็นเพราะข้ามีความสามารถไม่เพียงพอจึงได้ส่งมอบให้ผู้ที่มีความสามารถมากกว่าก็เท่านั้นเองเจ้าค่ะ”
ฟู่จินยิ้ม “ความสามารถไม่เพียงพองั้นหรือไม่หรอก!”
“แต่ละคนล้วนมีด้านที่ถนัดไม่เหมือนกันเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูด “ข้าแสร้งทำเป็นเทพ เล่นเป็นผีได้ แต่การวางแผนกลอุบายข้าด้อยกว่าอาจารย์ฟู่จริงๆ!”
ฟู่จินครุ่นคิด “ก็จริง” แล้วเขาก็พูดอีกว่า “แต่แค่นี้ยังไม่เพียงพอที่จะโน้มน้าวข้า!”
รอยยิ้มของหมิงเวยหายไปนางเงยหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “สิ่งที่พวกเราต้องทำนั้นยากและอันตราย หากไม่เชื่อใจกันและกันก็ยากที่จะไปต่อ กิริยาของข้าในวันนี้ อาจารย์อยากถามอะไรต่อให้ข้ารู้ข้าก็ไม่พูดออกมา เป็นเช่นนี้จนกว่าอาจารย์จะอธิบายในสิ่งที่ข้าไม่เข้าใจ”
ฟู่จินพยักหน้าอย่างชื่นชม “แม่นางร่วมทางกับเราจริงๆ”
หมิงเวยรู้ความหมายที่เขาต้องการสื่อนางสบตากับเขาแล้วยิ้มให้
ในคืนนั้นที่ทั้งหกคนได้พบกันที่หลังเขาของเสวียนตูกวัน เมื่อหยางชูได้รู้ถึงชาติกำเนิดของตนเอง เขารู้สึกเศร้าเสียใจมาก เขาถูกสั่งสอนตั้งแต่เด็กโดยองค์หญิงใหญ่ว่าให้รักแล