ด้วยอีกไม่นานผิวของเจ้าคงหยาบกร้านกับคล้ำขึ้น สู้อยู่ที่นี่ต่อไม่ดีกว่าหรือ เปิ่นหวางจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี!”
อาหว่านพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “องค์ชายระวังคำพูดด้วยเพคะ อาหว่านไม่กล้าเอาเปรียบคุณชาย!”
พูดถึงลำดับผู้อาวุโส หยางชูต้องเรียกอันอ๋องว่าท่านน้า แต่เขาเรียกนางน้องสาว เช่นนั้นนางไม่กลายเป็นผู้อาวุโสของหยางชูหรือ
อันอ๋องแค่นหัวเราะแล้วหันไปพูดกับหยางชูว่า “หยางซาน ข้าอิจฉาเจ้าจริงๆ เหตุใดคนรอบกายเจ้าถึงได้ภักดีต่อเจ้าเพียงนี้กัน ยินดีที่จะไปนอนกลางดินกินกลางทรายร่วมกับเจ้าไม่ยอมรับความเมตตาจากเปิ่นหวาง” หยางชูเหลือบมองเขาแต่ไม่พูดอะไร และดูแลม้าของตนต่อไป
อันอ๋องไม่สามารถยั่วโมโหเขาได้ เขาจึงรู้สึกหมดสนุกแล้วอยู่ดีๆ ก็นึกถึงสตรีนางนั้นในงานเทศกาลชิวเลี่ย…
“อา จริงสิ! เปิ่นหวางเคยสอบถามมาแม่นางหมิงคนนั้นใช่หรือไม่ หลานสาวของจี้ชู ซื่อเยว่แห่งกั๋วจื่อเจียน นางได้หมั้นหมายกับบุตรชายคนรองของเขา เฮ้อ หน้าตางดงามเช่นนั้นออกเรือนกับคนตำแหน่งเฉิงซื่อหลางนับว่าน่าเสียดาย” มือของหยางชูที่กำลังป้อนถั่วให้ม้าชะงักไปทันที
อันอ๋องเห็นว่าเขาตอบสนองก็รู้สึกดีใจ เขาใช้คำพูดที่ไม่น่าฟังยั่วยุอีกฝ่าย
“จะบอกว่าสายตาของเจ้าดีกว่าเปิ่นหวาง ท่ามกลางผู้คนมากมายเพียงแค่เหลือบมองเจ้าก็สามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดได้ น่าเสียดายที่เจ้ากำลังจากไปแล้วคงไม่มีผู้ใดเล่นกับแม่นางหมิงผู้นั้น แต่ไม่เป็นไรมีเปิ่นหวาง