นนี้เจ้าก็มีพื้นที่ได้แสดงความสามารถแล้ว ไม่ต้องรีบกลับมา อย่าลงมือทำอะไรโดยที่ไม่ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อน รอให้เจ้ามั่นใจค่อยกลับมาหาแม่”
เผยกุ้ยเฟยกล่าวโดยไม่มีความโศกเศร้าบนใบหน้างามมีเพียงแต่ความนิ่งสงบเท่านั้น หมิงเวยเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทำไมนางถึงสามารถครองวังหลังได้เป็นเวลาสิบแปดปี
ไม่เพียงแค่ความงาม แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือสติปัญญา
นางนึกถึงชาติก่อนเกิดอะไรขึ้นกับเผยกุ้ยเฟยกันแน่
นางจำได้ว่าเหวินตี้ต้องการฝังร่างร่วมกับเผยกุ้ยเฟย แต่ก็ไม่สำเร็จ
ดูเหมือนว่าหยางชูในชาติก่อนคงไม่รอฟู่จิน และได้หนีจากการตามล่าไปได้ไกลแล้ว
เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์มาก ทุ่มเทกับวิชากระบี่ ในไม่ช้าคงกลายเป็นปรมาจารย์อันดับหนึ่งได้
ในเวลานั้นเขาจะยอมให้มารดาของตนคอยปรนนิบัติฮ่องเต้ได้อย่างไร
พูดถึงประวัติศาสตร์หลังการสิ้นพระชนม์ของเหวินตี้ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับเผยกุ้ยเฟยอีกต่อไป นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหยางชูจะพามารดาไป
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ความคิดของหมิงเวยก็เปลี่ยนไป
วิชากระบี่ ปรมาจารย์อันดับหนึ่ง…หรือว่า…
เผยกุ้ยเฟยเตือนบางเรื่องอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นเวลาที่ล่วงเลยผ่านไป เสวียนเฟยอดไม่ได้ที่จะเตือนพวกเขา
“ท่านทั้งสองมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว”
เผยกุ้ยเฟยถอนหายใจนางหยิบแหวนหยกออกมาจากอ้อมแขนของตนแล้ววางบนฝ่ามือของเขา “ตอนที่แม่ท้องเจ้ามักจะตื่นจากฝันตอนกลางคืน บิดาของเจ้าจึงขอให้ฮ่องเต้ไท่จู่ประทานสิ่งนี้เพื่อก