ตอนนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าที่ฮ่องเต้ให้หยางชูทำงานในหวงเฉิงซือก็เพื่อที่จะควบคุมเขาได้สะดวกยิ่งขึ้น ถ้าเช่นนั้นกำลังคน และเส้นทางของเขาในหวงเฉิงซือคงไร้ประโยชน์แล้ว
หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนหมิงเวยก็เดินทางไปหาเสวียนเฟย
เสวียนเฟยมองนางอย่างเบื่อหน่าย “ครั้งก่อนช่วยท่านปล้นคุกหลวง ข้าก็แบกรับความเสี่ยงครั้งใหญ่แล้ว ตอนนี้ท่านยังต้องการให้ข้าช่วยท่านหาวิธีแอบพากุ้ยเฟยออกมา ไม่มีทาง! กุ้ยเฟยเป็นคนโปรดของฝ่าบาทหากเกิดอะไรขึ้นมาพวกเราก็จบสิ้นแล้ว!”
“ดังนั้นข้าถึงมาหาท่านไงล่ะเจ้าคะ!” สีหน้าของหมิงเวยจริงจัง “ความเชื่อใจของฮ่องเต้ไท่จู่ที่มีต่อราชครูซูสิงแล้วยังหน้าที่ที่พวกท่านแบกรับอยู่ จะต้องมีวิธีที่เข้าไปในวังได้โดยไม่มีผู้ใดรู้ใช่หรือไม่ ข้าแค่ต้องการให้ท่านปกปิดสักพัก ไม่ใช่พากุ้ยเฟยออกไปจริงๆ เสียหน่อย ท่านอย่าโหดร้ายไปหน่อยเลยเจ้าค่ะ”
เสวียนเฟยหัวเราะเสียงเย็น “พวกเรารักกันหรือ”
“ทำไมจะไม่ล่ะเจ้าคะ” สีหน้าหมิงเวยเหมือนกำลังตำหนิ “ครั้งก่อนที่เสวียนตูกวัน พวกเราก็แอบนัดพบส่วนตัวกันหลายครั้ง ท่านราชครูจะหักหน้ากันจริงๆ หรือ”
“….” เสวียนเฟยสูดหายใจเข้าลึกๆ เขารู้สึกเสมอว่าตนเองเป็นคนอารมณ์ดี ไม่ว่าเขาจะอยู่ต่อหน้าผู้ใด เขาก็จะอ่อนโยนและสงบเสงี่ยม แม้ว่าจะเป็นผู้อาวุโส รุ่นน้อง อาจารย์ในสำนักก็ล้วนเกรงใจเขา แต่สตรีตรงหน้านี้ เขาระงับ อารมณ์ ไว้ ไม่ ได้ เลย!
“ท่านคิดจะทำอย่างไร” เ