ขากัดฟันพูด
หมิงเวยพูดอย่างไม่เกรงใจ “ขอยืมใช้ทางลับของท่านเจ้าค่ะ”
เสวียนเฟยเริ่มระแวดระวัง “ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามีทางลับ”
แน่นอนว่านางต้องรู้ตอนที่แคว้นเป่ยฉีล่มสลาย อาจารย์เคยพานางเข้าไปทางลับนั่น น่าเสียดายที่นางจำทางไม่ได้อีกอย่างเส้นทางลับก็ถูกป้องกันโดยข่ายอาคม หลายสิบปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปกี่ครั้งแล้วการเข้าหาราชครูผู้คอยปกป้องทางลับนั่นดูมีความเป็นไปได้มากกว่า
หมิงเวยตอบ “วิธีการดูดาวของสำนักพวกท่านข้ายังเข้าใจนับประสาอะไรกับทางลับล่ะเจ้าคะ”
เสวียนเฟยจ้องนางเขม็ง เขารู้ว่าหมิงเวยมีความลับมากมาย ทั้งที่มาของนาง เคล็ดวิชาของนาง ในช่วงเวลานี้เขาได้ติดตามนางอย่างเงียบๆ แต่ไม่พบอะไรเลย
ในยุทธภพเขาไม่เคยได้ยินการสืบทอดเช่นนี้มาก่อนราวกับว่านางโผล่มาจากอากาศ
ตามเหตุผลแล้วการที่รู้ความลับของเสวียนตูกวันมากมายถึงเพียงนี้ ผู้ที่มีเคล็ดวิชาเก่งกาจเช่นนี้ เหตุใดถึงไม่ทำให้คนอื่นไว้วางใจหากเป็นคนอื่นเขาอาจคิดหาวิธีกำจัดไปนานแล้ว แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดเขาถึงเชื่อใจนางอย่างบอกไม่ถูก
บางทีการสนทนาลับคราวนั้นอาจไปทำให้เขาประทับใจนางก็เป็นได้ เขามักรู้สึกว่านางไม่มีความเห็นแก่ตัวหรือความเกลียดชัง
เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้หมิงเวยก็พูดเสียงอ่อนโยน “ข้าเข้าใจว่าท่านจำเป็นต้องคิดรอบด้านให้ถี่ถ้วน แต่ความลับยิ่งใหญ่เพียงนี้สามารถแบ่งปันได้ก็ถือว่าพวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้วไม่ควรสามัคคีเกื