วค่อยให้เขาออกเดินทางได้ยินว่าหน้าหนาวที่ซีเป่ยหิมะตกหนักมากจนไม่สามารถออกนอกประตูได้
เมื่อเห็นท่าทีของเขาฮ่องเต้ก็ถอนหายใจและพูดเบาๆ ว่า “ในใจเจ้าคงโกรธเจิ้นอยู่ใช่หรือไม่ ไม่ให้เจ้าอยู่ในเมืองหลวงแต่กลับส่งให้ไปลำบากที่นั่น”
หยางชูพูดเสียงเบา “กระหม่อมไม่กล้าคิดหรอกพ่ะย่ะค่ะ”
“ปากบอกไม่กล้า แต่ในใจเจ้าโกรธเจิ้นใช่หรือไม่” ฮ่องเต้พูดอย่างจริงจังว่า
“การส่งเจ้าไปไกลถึงซีเป่ยเจิ้นเองก็เสียใจมาก! แต่จะให้ทำอย่างไรได้ครั้งนี้เดิมทีคิดจะหาสะใภ้ให้เจ้าแต่งงานมีชีวิตที่ดี ผู้ใดจะคิดว่าเจ้ากับลูกสามจะก่อเรื่อง เจ้าลองคิดดู ตั้งแต่องค์รัชทายาทยันลูกสาม มีผู้ใดที่ไม่ทำให้เจ้าขุ่นเคืองบ้าง หากเจิ้นยังมีชีวิตอยู่นับว่าดีไป แต่หากวันไหนเจิ้นไม่อยู่แล้วเจ้าจะทำอย่างไร”
ฮ่องเต้ถอนหายใจ “เจิ้นรู้ว่าเจ้าโทษเจิ้นที่ใช้หัวข้อนี้เล่นงานเจ้าอยู่ดีๆ ก็จับเจ้าเข้าคุกหลวง แต่หากไม่ทำเช่นนั้นจะพาเจ้าออกจากเมืองหลวงได้อย่างไร นี่เป็นสิ่งที่น้าของเจ้าขอเอาไว้ให้เจ้าได้ขัดเกลาตนเอง ในอนาคต…เมื่อเจ้าไปแล้ว เวลาผ่านไปความขัดแย้งของเจ้ากับองค์รัชทายาทคงค่อยๆ จางลง เจ้าเข้าใจความพยายามของข้าหรือไม่”
หยางชูเงยหน้าขึ้นเขาเห็นความรักและความจริงใจในสายตาของอีกฝ่าย
เขาขยับมุมปากเหมือนจะซาบซึ้งแต่ก็ไม่กล้าเชื่อราวกับเด็กที่ได้รับความไม่เป็นธรรมกำลังโกรธ “เป็นเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“แน่นอน” ฮ่องเต้ยิ้มอย่างใจดี
ทั้งสอง