กว่าเขามีเรื่องมากมายอยากจะพูด แต่พอคิดดูอีกทีเขารู้สึกว่ายังไม่เหมาะสมที่จะพูดออกมา
หลังจากนั้นไม่นานหมิงเวยก็พูดขึ้นก่อนว่า “การไปครั้งนี้ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไร ท่านอยากพบกุ้ยเฟยหรือไม่”
มือของหยางชูสั่นเขาหายใจติดขัด ความรู้สึกที่เขามีต่อเผยกุ้ยเฟยนั้นซับซ้อนมาก
เมื่อตอนที่เขายังเด็กท่านย่าบอกเขาว่านางเป็นน้าของเขาเป็นพี่น้องกับมารดาผู้ให้กำเนิดเขา อีกทั้งท่านน้าคนนี้ยังปฏิบัติต่อเขาด้วยความรักตัวเขาที่ไร้มารดาจึงมองนางเป็นมารดาได้อย่างง่ายดาย
ต่อมาเมื่อท่านย่าพูดเรื่องนั้นก่อนสิ้นใจทำให้เขาเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นบุตรนอกสมรสของฮ่องเต้และเผยกุ้ยเฟยจึงอดไม่ได้ที่จะทั้งรักทั้งแค้นเคืองนาง เมื่อรู้ว่ามารดายังมีชีวิตอยู่จึงมีความรู้สึกยินดีเล็กๆ ซ่อนอยู่ในใจ แต่ก็ไม่พอใจที่นางทอดทิ้งตนเพื่อความมั่งคั่ง
ตอนนี้เขารู้ความจริงแล้วก็รู้สึกละอายใจ
ก่อนหน้านี้นางมีความสุขมากทุกครั้งที่เขาเข้าวังไปพบนาง แต่ตนเองกลับละเลยไม่สนใจ…แต่ว่าจะหนีจากความอัปยศเล็กน้อยนั้นได้อย่างไร
หยางชูเงยหน้าขึ้น “ข้าอยากพบนางท่านช่วยคิดหาวิธีได้หรือไม่”
หมิงเวยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขอเพียงท่านอยากพบ ข้าจะใช้สิ่งที่เรียนรู้มาตลอดทั้งชีวิตเพื่อให้พวกท่านได้พบกันอย่างปลอดภัย”
“ขอบคุณ…” หยางชูพูดเสียงกระซิบ
หมิงเวยถอนหายใจแล้วนางก็เอนกายเข้าไปหาอ้าแขนโอบกอดเขาอย่างอ่อนโยน
หยางชูรู้สึกถึงลมหายใจอันแผ่วเบาตัวเขาที่