เมื่อมองหลู่เฉียนตรงหน้าฮ่องเต้ก็แย้มสรวล “เจิ้นคิดว่าวันนี้หลู่ชิงคงมีเรื่องอยากพูดกับเจิ้น”
หลู่เฉียนดำรงตำแหน่งโส่วเซี่ยงมาหลายสิบปีแล้วพร้อมกับฮ่องเต้องค์นี้ เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไรจึงยิ้ม “กระหม่อมไม่มีอะไรปิดบังฝ่าบาทจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมแค่มีเรื่องจะกราบทูลเพียงแต่ได้ยินว่า…” เขาชะงักไปพักหนึ่งแล้วพูดต่อว่า “เลยไม่กล้าให้ฝ่าบาทเป็นกังวลอีก”
ฮ่องเต้รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร แต่พระองค์ที่ได้เผยกุ้ยเฟยปลอบประโลมมาจนอารมณ์ดีแล้วยิ่งเหมาะเจาะไปอีกจึงอุทานว่า “หลายปีมานี้ที่เจิ้นครองบัลลังก์ ไม่มีประสบการณ์ด้านการเมืองต้องขอบคุณหลู่ชิงที่สั่งสอนอย่างใกล้ชิด เจิ้นรู้ดีว่าในบรรดาขุนนางในที่นี้เจ้าจริงใจกับเจิ้นมากที่สุด”
หลู่เฉียนไม่แน่ใจว่าอารมณ์ของฮ่องเต้เป็นอย่างไร พูดตามเหตุผลจู่ๆ พระองค์ก็ส่งหยางชูเข้าคุกหลวง ทำให้เขารู้สึกคาดไม่ถึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าเผยกุ้ยเฟยแท้งลูกเลย
หลู่เฉียนรู้ว่าฮ่องเต้รักเผยกุ้ยเฟยมากเพียงใด ทั้งสองไม่มีบุตรด้วยกันซึ่งเป็นความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา ยังไม่ทันได้รับรู้ก็สูญเสียไปเสียแล้วยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก ด้วยเหตุนี้เรื่องที่วางแผนว่าจะย้ายหยางชูจึงพับเก็บไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ทำให้ฮ่องเต้ขุ่นเคืองใจ และนำโชคร้ายมาสู่หยางชู แต่ผู้ใดจะรู้ว่าฮ่องเต้จะเรียกพวกเขามาคุยราชกิจเร็วเพียงนี้ อีกทั้งยังดูอารมณ์ดีซึ่งดูไม่สมเหตุสมผลเล