ยจริงๆ
เพื่อความปลอดภัยเขาจึงไม่พูดอะไร รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อนแล้วค่อยพูดดีกว่า แต่ไม่คิดว่าฮ่องเต้จะพูดก่อน พระองค์คงอารมณ์ดีมากจริงๆ ไม่ได้แสร้งทำเป็นอารมณ์ดี
เขาได้ยินฮ่องเต้ตรัสว่า “กุ้ยเฟยไม่เป็นอะไรแล้วแม้ว่าพวกเราจะเสียบุตรที่พวกเราหวังไว้ในที่สุด แต่พวกเราได้แก้ปัญหาปมในใจของกันและกัน ยังมีความโชคดีในโชคร้ายอยู่”
หลู่เฉียนเข้าใจในทันที เผยกุ้ยเฟยได้ตอบสนองนำเขาไปก่อนก้าวหนึ่ง
การตอบสนองเช่นนี้ แผนการเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ฮ่องเต้ไท่จู่จะสู่ขอบุตรสาวตระกูลเผยให้หลานชายคนโตด้วยตนเอง…
อารมณ์ของหลู่เฉียนซับซ้อนมาก สำหรับขุนนางแล้วมันเป็นเรื่องอันตรายมากที่จะมีสตรีเช่นนี้ข้างกายฮ่องเต้ซึ่งมีอิทธิพลต่ออารมณ์และการตัดสินใจของเขาได้อย่างง่ายดาย แต่ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้จะโทษเผยกุ้ยเฟยได้อย่างไร
เขารีบเก็บอารมณ์อย่างรวดเร็วแล้วยิ้ม “ฝ่าบาทกับกุ้ยเฟยสบายดีกระหม่อมก็ดีใจพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้มีความสุขมากเขาแทบรอไม่ไหวที่จะทำเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเพื่อให้เผยกุ้ยเฟยมีความสุขมากขึ้นจึงตรัสว่า “ที่เจิ้นรั้งหลู่ชิงไว้เพราะต้องการพูดกับท่านเกี่ยวกับเรื่องนั้น”
เมื่อเห็นคำถามบนใบหน้าของหลู่เฉียนฮ่องเต้ก็ตำหนิเล็กน้อย “ทำไมหรือ เจ้าจะปฏิเสธว่าไม่ได้คิดหาวิธีเพื่อช่วยเด็กคนนั้นหรอกหรือ”
หลู่เฉียนก้มหน้า “กระหม่อมรู้สึกละอายใจ รู้ทั้งรู้ว่าฝ่าบาทไม่โปรด แต่ก็ยังคิดจะเอ่ยเรื่องที่ทำให้ฝ่าบาทไ