อะไรถึงเพียงนั้นเล่า ทุกอย่างสามารถเจรจากันได้! ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรก็พูดกับเขาดีๆ เขาโตเพียงนี้แล้วไม่ใช่ว่าตัดสินใจเองไม่ได้หากเขาไม่คิดที่จะแก้แค้นคนแก่อย่างข้าก็จะไม่พูดอะไรอีก และจะโบกมือลาเดินทางไปทั่วหล้าต่อ ท่านคิดว่าข้าเต็มใจที่จะพัวพันกับเรื่องนี้หรือ ข้า…แค่กๆ ข้าอยู่ที่สถานศึกษาซานไถดีๆ มาตั้งยี่สิบปีจะไม่รู้สึกอัดอั้นบ้างหรือ หากไม่ใช่เพราะรับปากปู่ของเขาไว้ ข้าก็ไม่มีทางเลือก”
พูดจบเขาก็หันไปพูดกับหยางชูอย่างสุภาพ “ท่านวางใจเถอะ หากท่านคิดจะติดตามศิษย์พี่ของท่านไป ไม่คิดสืบหาเรื่องขององค์หญิงใหญ่ต่อ ไม่คิดสนใจเผยกุ้ยเฟย อย่าว่าแต่ปู่กับบิดาที่ท่านไม่เคยเห็นหน้าเลย ข้าล้วนไม่บังคับท่านแน่นอน”
หนิงซิวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ปากบอกไม่พูดบังคับหยางชู แต่กลับหยิบจุดอ่อนของเขามาพูด หากต้องใช้คารมคมคายตนจะไปสู้ฟู่จินได้อย่างไรจึงทำได้เพียงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างดุเดือด
แต่ฟู่จินไม่สะทกสะท้านอะไรเขาหยิบถ้วยน้ำชาของเขาขึ้นมาจิบอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกันก็มองไปที่หมิงเวย
หมิงเวยอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดว่า “ท่านไม่ต้องรีบร้อนในใจคิดอะไรก็พูดออกมาเลย ที่อาจารย์ฟู่กล่าวว่านั้นถูกแล้วเรามาเจรจากันดีๆ ท่านถามใจตัวเองก่อนว่าอยากเดินไปในเส้นทางไหน สุดท้ายจะเป็นไปได้หรือไม่พวกเราค่อยมาดูกันอีกที”
หยางชูมองคนเหล่านี้ที่อยู่ต่อหน้าเขา
ทันทีที่เขารู้ความจริงเขาก็รู้แล้วว่าตนเองต้องการอะไรเพียงแต่เขาร