กำลังหัวเราะเยาะตนที่ไม่กล้าแม้แต่จะฟัง
หยางชูจึงถามอย่างไม่ลังเล “ท่านไม่ได้บอกให้ข้าเลือกงั้นหรือ ข้ารู้สึกว่าข้าอยากฟัง”
หมิงเวยถอนหายใจ “ท่านแน่ใจนะ”
เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าแน่ใจ”
ไม่รอให้นางได้พูดอะไรเสวียนเฟยก็พูดขึ้นว่า “ท่านไม่ได้บอกว่าอยากให้ใต้หล้าสงบสุขหรอกหรือ ทำไม ไม่ง่ายเลยกว่าจะหาความเป็นไปได้นี้พบ ท่านจะยอมแพ้เพียงเพราะความรักระหว่างชายหญิงงั้นหรือ” คำพูดนี้กระตุ้นนางได้ดี
หมิงเวยกลับไม่โกรธ แต่ถามไปว่า “สิ่งที่ข้าควรแบกรับข้าต้องแบกรับ ให้เขาเสียสละเพื่ออุดมการณ์ของข้ามันไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือ ไม่ว่าผู้ใดก็มีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตของตนเองได้ เขาไม่สามารถสูญเสียสิทธิ์นี้เพราะความรักที่มีต่อข้าหรอกนะ”
เสวียนเฟย “….”
เขายั่วยุมากมายเพียงนั้นไปเพื่ออะไรกันไม่ใช่เพื่อให้เด็กนั่นยืนขึ้นมาด้วยตนเองหรอกหรือ นางก็ช่างดีเสียจริง ไม่เพียงไม่ช่วยเขาพูดแต่ยังพูดเพื่อเด็กนั่นอีก! ช่างเหนื่อยใจจริงๆ
เมื่อหยางชูได้ยินคำพูดนั้นหัวใจของเขาก็เบ่งบาน
ความรักเพื่อข้า ทำไมคำสี่คำนี้จึงฟังดูน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก
หยางชูสัมผัสกับรสชาติของความสุขอยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นสีหน้าหดหู่ของเสวียนเฟยเขาก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้น “ข้ารู้ว่าท่านอยากพูดอะไร เรื่องนี้ข้าเองก็สงสัยมานานแล้วแค่ยากที่จะยอมรับมัน ตอนนี้เขาไม่แม้แต่จะสนใจข้า คิดจะถลกหนังข้า ข้าคงไม่จำเป็นต้องโกหกตัวเองต่อไปอีก”
เมื่อเห็นว่า