อาจารย์ฟู่ ฟู่จินหรือไม่” อีกฝ่ายถาม
ฟู่จินเรียกกำลังใจแล้วตอบว่า “ใช่ ไม่ทราบว่าท่านคือ…”
“ข้าน้อยนามหนิงซิว”
ฟู่จินร้อง ‘อ้อ’ ในบรรดาศัตรูของเขาไม่มีคนแซ่หนิง แต่ไม่แน่ว่าอาจไม่ใช่ลูกหลาน แต่เป็นศิษย์
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ” เขายังคงถือตะเกียบอยู่ในมือในหัวกำลังคิดว่ากดจุดเลือดลมจุดไหนดี
ตายๆ! ยี่สิบปีนี้เขาเพลิดเพลินกับสุราอาหารชั้นดีในสถานศึกษาซานไถทุกวันจึงไม่ได้ฝึกฝนทักษะกระบี่มากนัก! หากต่อสู้กับอันธพาลยังพอได้ แต่กับยอดฝีมือ…ดูเหมือนยอมจำนนน่าจะเร็วกว่า
“มีเรื่องสำคัญอยากเชิญอาจารย์ไปด้วยกันสักครู่” หนิงซิวตอบเรียบๆ ดูไม่ออกเลยว่าเป็นมิตรหรือศัตรู
ฟู่จินไตร่ตรองและถาม “ข้าพักอยู่ที่จวนหลู่เซียง หากใช้เวลาพูดคุยนาน เกรงว่าจะไม่ได้ต้องขออภัยด้วย”
ใบหน้าของหนิงซิวยังคงไร้อารมณ์ “อาจารย์โปรดวางใจข้าจะให้คนส่งข้อความไปที่จวน”
ฟู่จินพูดอีกว่า “ข้ามีลูกศิษย์ผู้หนึ่งเขาคือใต้เท้าเจี่ยงผู้ดำรงตำแหน่งจิงจ้าวอิ๋น ข้ามีนัดกับเขาตอนเย็นเกรงว่าต้องแจ้งให้ทราบเสียก่อน”
“ไม่ต้องห่วง ใต้เท้าเจี่ยงทราบแล้วขอรับ” หนิงซิวพูดจบเขาก็ก้าวไปข้างหน้า และโอบไหล่ของฟู่จินไว้ “เวลามีไม่มาก เราต้องการความช่วยเหลือจากท่าน”
ฟู่จินเมื่อเห็นว่าตนเองถูกลากออกจากร้าน เขาคิดจะใช้ตะเกียบในมือกดจุดเลือดลมแต่ก็ถูกอีกฝ่ายปัดออกไปได้อย่างง่ายดาย
เขาหันกลับไปตะโกนว่า “เดี๋ยวก่อน! เถ้าแก่ ห่อกลับบ้าน!”