ิ้มของนางเขาก็สัมผัสได้ว่ามันคือความจริง
เขาออกมาแล้ว
เขาอยู่บนฟ้า
เขากำลังบินกับนาง
“มีเรื่องเล่าในบันทึกตำนานเหล่าเทพ บุตรสาวของฉินมู่กงนามน่งอวี้ ฝันถึงชายหนุ่มรูปงามที่เชี่ยวชาญในการเป่าขลุ่ย นางชื่นชมเขา ฉินมู่กงส่งคนไปตามหาเขาที่เขาฮว๋าชานแล้วเขาก็ได้พบกับเซียนนามเซียวฉื่อ ซึ่งเหมาะสมที่จะเป็นสามีของบุตรสาว หลายปีต่อมาทั้งสองสามีภรรยาค่อยๆ ฝึกฝนจนประสบความสำเร็จได้เป็นเซียน”
หมิงเวยหันศีรษะกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ท่านเป็นลูกหลานราชวงศ์ ไม่ต่างอะไรกับน่งอวี้ ข้าหรือเล่นขลุ่ยเป็นพอดีเลย น่าเสียดายที่ข้าหาหงส์ไม่พบจึงใช้นกทำจากไม้แทน วันนี้พวกเรามาเลียนแบบคนโบราณกันเถิด เป็นคู่รักที่ร่อนเร่ไปทั่ว เป็นคู่สามีภรรยาที่ไม่แยกจากกันท่านว่าอย่างไร”
เมื่อเผชิญกับรอยยิ้มที่สดใสของนางริมฝีปากหยางชูสั่นอยู่นานในที่สุดเขาก็พูดขึ้นว่า “ข้าไม่ใช่สตรี…”
“แล้วอย่างไรเล่า ถ้าท่านเป็นหญิงข้าคงไม่ต้องการ” ไม่รอให้เขาเปิดปากอีก นางยกนิ้วขึ้นทำสัญญาณให้อีกฝ่ายเงียบ “อย่าทำให้เวลาดีๆ เสียเปล่าเลย”
พูดจบนางก็หยิบขลุ่ยมาจ่อที่ริมฝีปาก เสียงขลุ่ยเงียบสงัดปลิวไสวไปตามสายลมในฤดูใบไม้ร่วง หยางชูเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์สว่างราวกับน้ำค้างแข็ง และเห็นความเงียบสงบของสวรรค์และพิภพ
…………
นกไม้ตัวใหญ่ตกลงบนที่สูงที่คุ้นเคย และหยางชูก็เห็นเสวียนเฟยในชุดนักพรตเดินเข้ามา
หมิงเวยดึงเขาให้ลงจากนกไม้ตัวใหญ่ และพูดกับเส